pg slot มุมมองจากเบื้องหลังของการเล่นเกมออนไลน์

รั้วสามารถเป็นตัวแทนของสิ่งต่าง ๆ มากมาย pg slot ไม่ว่าจะเป็นรอยแยก ภาพผนังที่มองไม่เห็น หรือแม้แต่รายละเอียดของภูมิทัศน์ที่ไม่มีใครเคยเห็น ในโลกของอินเทอร์เน็ต รั้วไม่ได้เป็นเส้นอีกต่อไป แต่เป็นสายที่ไม่แยแสที่ตัดผ่านเนื้อหาประเภทต่างๆ

หากคุณพอใจกับโลกอย่างที่มันเป็น รั้วอาจเป็นเครื่องเตือนใจว่ามีบางอย่างผิดปกติ หากคุณต้องการก้าวเข้าไปในแทงค์เสือดิจิทัลและดูว่าสัตว์ดิจิทัลเหล่านี้มีอะไรบ้าง รั้วอาจอยู่ห่างจากพีซีของคุณเป็นกิโลเมตรและห่างจากจอภาพของคุณ

อย่างไรก็ตาม รั้วอาจทำหน้าที่เป็นสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวจากโลกดิจิทัล ด้วยประโยชน์ pg slot ทั้งหมดเหล่านี้ ทำไมถึงยังมีคนที่เชื่อว่ารั้วนี้เป็นความคิดที่ไม่ดี?

pg slot เว็บตรง

ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่ารั้วอาจเป็นการรักษาความปลอดภัยแบบพิเศษ ผู้ที่ต้องการมีรั้วกั้นเพื่อป้องกันตัวเองอาจทำได้โดยศึกษารั้วประเภทต่างๆ รั้วบางประเภทเหล่านี้เปรียบได้กับการมีรั้วสวนกับสิ่งกีดขวางบนถนน Road Block เป็นสิ่งกีดขวางทางกายภาพชนิดพิเศษที่ผู้เชี่ยวชาญใช้เพื่อปกป้องทรัพย์สินของตน Road Blocking เกิดขึ้นเมื่อมืออาชีพหยุดกิจกรรมและปิดบัญชี

อย่างไรก็ตาม ข้อดีและข้อเสียของรั้วทั้งสองประเภทนั้นค่อนข้างชัดเจน ด้วย Road Blocking ลูกค้าสามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้เสนอราคาหรือซื้อ อย่างไรก็ตาม ด้วยรั้วดิจิทัล เราไม่ได้มีสิ่งกีดขวางบางอย่าง และอาจระบุได้ด้วยการใช้รหัส pg slot ผ่านเฉพาะ ชื่อผู้ใช้ หรือการระบุประเภทอื่นที่คล้ายคลึงกันของเรา

ไม่ว่ารั้วจะเป็นแบบกายภาพหรือแบบดิจิทัล รั้วสามารถป้องกันไม่ให้ลูกค้าทำอะไรที่ไม่ดีต่อสุขภาพได้ ไม่ว่าจะเป็นรั้วหรือตัวล็อค ลูกค้าควรระมัดระวังเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใดๆ ในการเลือกรั้วpg slot

รั้วช่วยรักษาผู้ที่อาจมีปัญหาเล็กน้อย ซึ่งอาจรวมถึงสมาชิกในครอบครัวและแม้แต่สัตว์เลี้ยง สัตว์แต่ละประเภทมีความต้องการที่แตกต่างกัน สัตว์บางชนิดต้องเป็นที่จอดพ่วง ในขณะที่สุนัขต้องการรั้วที่ไว้ใจได้ สิ่งที่ต่อเนื่องกันเกี่ยวกับรถพ่วงคือพื้นที่ปิดล้อมควรมีขนาดใหญ่พอที่จะออกกำลังกายกับสัตว์ได้ เป็นเรื่องปกติที่จะเก็บเบสไว้ในเรือประมง อย่างไรก็ตาม เรือประมงทุกลำสามารถทำหน้าที่เป็นรถพ่วงได้ ตราบใดที่มีที่ดินล้อมรอบ

pg slot แตกง่าย

ล็อคใช้สำหรับป้องกันการเข้าถึงจดหมายและรายการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการล็อคและควรใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ล็อคมาในล็อคที่แตกต่างกันซึ่งมีระดับความแข็งแรงและความใกล้ชิดกับที่จับต่างกัน พวกเขายังสามารถเปิดคำสั่ง ตัวอย่างเช่น เมื่อคลิก pg slot เพียงครั้งเดียว อุโมงค์จะหุ้มฉนวนจากด้านใน เมื่อคลิกอีกครั้ง อุโมงค์จะได้รับพลังงานจากที่จับเพื่อเปิด และอื่นๆ เมื่อไม่มีการชน ล็อคทำงานตามปกติ

เมื่อพิจารณาถึงการซื้อหรือการกระทำอื่นใดที่อาจเกี่ยวข้องกับการคร่าชีวิตสัตว์ มีหลายสิ่งที่ควรค่าแก่การพิจารณา นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ไม่คุ้มที่จะเสี่ยง สัตว์เลี้ยงควรได้รับการดูแล ให้อาหารอย่างสม่ำเสมอ และระบายพลังงานออกเดือนละสองครั้ง รั้วควรแข็งแรง ล็อกไว้กับทางเข้าเมื่อไม่ใช้งาน และแม้แต่การจัดวางที่ดีที่สุดก็สามารถพังได้ พูดง่ายๆ อย่าทำลายรั้วของคุณโดยบังเอิญ

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ฮอกไกโด” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ฮอกไกโด” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดและอยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น บนเกาะอันกว้างใหญ่มีสถานที่ท่องเที่ยวมีเสน่ห์มากมาย เราขอแนะนำ 10 สถานที่ซึ่งท่านไม่ควรพลาดหากมีโอกาสไปเยือน

1. Unkai Terrace (雲海テラス)

Unkai terrace หรือระเบียงทะเลหมอก จุดชมวิวยอดนิยมซึ่งตั้งอยู่ที่โทมามุ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นกระเช้าไปชมความงามทะเลหมอกบนยอดเขาได้ในช่วงฤดูร้อน (ประมาณพฤษภาคมถึงตุลาคม)

 

2. คลองโอตารุ (小樽運河)

ถือเป็นแลนด์มาร์คของเมืองโอตารุ (小樽) อดีตเมืองท่าของฮอกไกโด คลองโอตารุถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1923 เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้า โกดังเก็บสินค้าริมคลองในสมัยนั้นปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็นร้านค้าและร้านอาหาร มีการประดับไฟอย่างงดงาม เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากเดินเล่นสบายๆ ในบรรยากาศโรแมนติก

3. ป้อมโกเรียวคะคุ (五稜郭)

ป้อมปราการรูปดาว 5 แฉกในเมืองฮาโกดาเตะ (函館) ใจกลางเป็นสำนักงานปกครองฮาโกดาเตะ สร้างขึ้นโดยตระกูลโตกุงาวะในช่วงยุคสมัยเอโดะ ปี (ค.ศ 1857) เพื่อใช้เป็นปราการป้องกันการรุกรานของต่างชาติที่บีบให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศ และยังเป็นที่มั่นสุดท้ายของตระกูลโตกุงาวะก่อนจะพ่ายแพ้ต่อกองทัพจักรพรรดิจนสิ้นสุดการปกครองระบอบโชกุนอีกด้วย ปัจจุบันเปิดเป็นสวนสาธารณะ ภาพนี้ถ่ายจากหอคอยโกเรียวคะคุ (稜郭タワー) ความสูง 107 เมตรซึ่งเป็นจุดชมวิวประจำเมือง

 

4. ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ฟาร์มโทมิตะ (ファーム富田)

เมืองฟุราโนะ (富良野) มีชื่อเสียงด้านการปลูกดอกลาเวนเดอร์ โดยจุดชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่กว้างสุดลูกหูลูกตาจะอยู่ที่ฟาร์มโทมิตะ โดยจะเริ่มบานในช่วงมิถุนายน และบานเต็มที่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้หากมาเยือนฮอกไกโดในฤดูร้อน

 

5. ทะเลสาบมาชู (摩周湖)

ชื่อทะเลสาบเป็นภาษาไอนุแปลว่า “ทะเลสาบแห่งเทพ” ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ถูกรายล้อมด้วยหน้าผาสูงชันกว่า 200 เมตรในพื้นที่อุทยานแห่งชาติอะกัง นักท่องเที่ยวไม่สามารถลงเล่นน้ำได้แต่ทางอุทยานได้เตรียมจุดชมวิวไว้ให้ ผิวทะเลสาบมักจะมีหมอกปกคลุมเสมอ มีตำนานเล่าว่าคู่รักที่มาที่นี่ในวันไม่มีหมอกจะคบกันได้ยาวนาน แต่ถ้าเป็นคนโสดก็จะโสดไปอีกนาน! เอาเป็นว่าใครเชื่อเรื่องโชคลางก็เลือกวันดีๆ ละกัน

 

6. สวนสัตว์อาซาฮิยามะ (旭山動物園)

สวนสัตว์ใหญ่ในเมืองอาซาฮิกาวะแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสวนสัตว์ที่ดีที่สุดในโลก เพราะนอกจากการเลี้ยงสัตว์ให้มีชีวิตแบบใกล้เคียงธรรมชาติที่สุดแล้วยังจัดการเข้าชมได้อย่างเยี่ยมยอด เช่นท่อครอบด้วยแก้วสำหรับโผล่หน้าขึ้นไปชมหมีขาวอย่างใกล้ชิด หรืออุโมงค์ใต้น้ำสำหรับชมเหล่าเพนกวินแหวกว่ายราวกับเราอยู่ในทะเล อีกทั้งในฤดูใบไม้ผลิยังเป็นจุดชมซากุระที่งดงามอีกด้วย

 

7. ทะเลสาบโนโทโระ(能取湖)

ทะเลสาบโนโทโระ เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่เชื่อมต่อกับทะเลโอคอตสค์ มีพื้นที่ 580,000 ตารางเมตร ริมทะเลสาบมีพืชพันธุ์และดอกไม้หลากสีที่ขึ้นตามธรรมชาติกระจายอยู่ทั่วไป ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง(ประมาณปลายเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนกันยายน) บริเวณชายฝั่งทะเลสาบจะสามารถชมหญ้าอักเคชิโซ(common glasswort) ที่จะพากันเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มราวกับพื้นที่บริเวณนั้นถูกปูด้วย “พรมสีแดงผืนใหญ่” หญ้าอักเคชิโซเป็นพืชป่าชายเลนหายากแม้ฮอกไกโดเองก็สามารถเห็นได้ไม่มากนัก ขึ้นอยู่ทั่วไปในแถบที่มีสภาพอากาศหนาว อย่างเช่น ยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ สำหรับที่ญี่ปุ่น ชื่อหญ้าอักเคชิโซนี้ ตั้งขึ้นมาจากสถานที่ที่ถูกพบครั้งแรกคือที่ทะเลสาบอักเคชิเมืองอักเคชิ จ.ฮอกไกโด นั่นเอง

 

 

8. สระสีฟ้าแห่งเมืองบีเอ (美瑛の青い池)

สระน้ำสีฟ้าที่โด่งดังขนาดเป็นภาพ Wallpaper ของ Mac OS X “Mountain Lion” อยู่ที่เมืองบิเอ ปัจจุบันยังไม่สามารถอธิบายถึงที่มาของสีฟ้าของน้ำได้แน่ชัด แต่สันนิษฐาณว่าเกิดจากแร่ธาตุอลูมิเนียมไฮดรอกไซด์แบบเดียวกับชั้นบรรยากาศซึ่งถูกตรวจพบในน้ำปริมาณมาก

 

9. สะพานมัตสึมิโอฮาชิ (松見大橋)

สะพานมัตสึมิโอฮาชิซึ่งอยู่ใกล้แนวสันเขามิคุนิ (三国峠) แห่งนี้ถือเป็นถนนที่เราสามารถขับรถชมความงดงามและอุดมสมบูรณ์ของป่าฮอกไกโดได้อย่างดี โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ธรรมชาติฉาบย้อมขุนเขาทั้งลูกให้แดงสดไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ถือเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้แดงที่ตระการตาที่สุดในฮอกไกโด

 

10. ภูเขาโมอิวะ (藻岩山)

ภูเขาโมอิวะในซัปโปโรนอกจากจะมีชื่อเสียงที่ฐานะสถานที่เล่นสกีแล้วยังมีทิศทัศน์ที่งดงามมาก โดยเฉพาะทิวทัศน์ยามค่ำคืน คุณสามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปจุดชมวิวแบบพาโนราม่าความสูง 531 เมตร หรือไม่ก็รับประทานอาหารบนภัตตาคารลอยฟ้าพร้อมกับชื่นชมแสงสียามราตรีได้

ฮอกไดโกมีสถานที่ดีๆ มากมาย การเลือกมา 10 ที่ถือเป็นเรื่องยากมาก และด้วยพื้นที่ที่จำกัดจึงไม่อาจลงรายละเอียดได้ลึกมาก หากผู้อ่านสนใจที่ไหนเป็นพิเศษก็คอมเมนต์มาได้ เราจะหาไปหาข้อมูลแบบเจาะลึกจัดเต็มมาให้ได้อ่านกันในโอกาสหน้า        สล็อตเว็บตรง

10 อันดับภาพที่มียอดไลค์มากที่สุดในเดือนตุลาคมจากอินสตาแกรม @retrip_nippon (ตอนที่ 2)

10 อันดับภาพที่มียอดไลค์มากที่สุดในเดือนตุลาคมจากอินสตาแกรม @retrip_nippon (ตอนที่ 2)

จากครั้งที่แล้วที่ได้นำเสนอบทความ “10 อันดับภาพที่มียอดไลค์มากที่สุดในเดือนตุลาคมจากอินสตาแกรม @retrip_nippon (ตอนที่ 1)” วันนี้เรามาดูอีก 5 ภาพกันนะคะ ว่าจะสวยขนาดไหน

อันดับ 6 Asobuild

 

อันดับ 6 คือภาพ “Asobuild” ในเมืองโยโกฮาม่า จังหวัดคานางาวะ ซึ่งมีการจัดนิทรรศการ OCEAN BY NAKED ในระหว่างวันที่ 11 ตุลาคมถึง 27 มกราคม 2020 ทุกคนสามารถเพลิดเพลินกับโลกใต้ทะเลอันน่าอัศจรรย์ในนิทรรศการ Digital Art ที่ใช้เทคโนโลยีล้ำ ๆ ทันสมัยในการฉายภาพ เป็นกิจกรรมที่สามารถเพลิดเพลินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว

อันดับ 7 วัดริวอนจิ

 

อันดับ 7 คือภาพ “วัดริวอนจิ” ในเมืองนันตัง จังหวัดเกียวโต ขับรถ 10 นาที จากสถานีรถไฟ JR Sonobe สาย Sagano เป็นสถานที่อันซีนที่สามารถชมใบไม้แดงแสนสวย โดยจะสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน เป็นทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยใบไม้แดงราวกับปูพรม ลองเปลี่ยนจากที่เที่ยวฮิต ๆ มาเที่ยวในสถานที่ลับ ๆ ที่แสนสวยอย่างวัดริวอนจิดูสิคะ

อันดับ 8 ซากปราสาทโอกะ

 

อันดับ 8 คือภาพ “ซากปราสาทโอกะ” ในเมืองโออิตะ จังหวัดโออิตะ ปราสาทโอกะถูกสร้างขึ้นบนหน้าผาสูงชันและมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงอมส้ม ทุกคนสามารถไปเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของฤดูใบไม้ร่วง และจะมีการจัดอิเวนต์ Taketa Taketourou Chikuraku ในวันที่ 15 ถึง 17 พฤศจิกายนนี้ด้วยค่ะ เป็นการจัดแสดงไฟในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่สวยงามสุด ๆ

อันดับ 9 หุบเขาคาราซาว่า

 

 

อันดับ 9 คือภาพ “หุบเขาคาราซาว่า” ในเมืองมัตสึโมโต้ จังหวัดนากาโนะ เป็นสถานที่ยอดนิยมในการชมใบไม้แดง ช่วงที่พีคที่สุดคือปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม จะมีผู้คนไปกางเต๊นท์พักผ่อนใต้ท้องฟ้ายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาว ถึงแม้จะใช้เวลาเดินเท้าจากคามิโคจิถึง 6 ชั่วโมง แต่เมื่อไปถึงแล้ว รับรองว่าจะได้พบกับทัศนียภาพที่สวยงามจนหายเหนื่อยเลยก็ว่าได้

อันดับ 10 วัดโคเมียวจิ

 

อันดับ 10 คือภาพ “วัดโคเมียวจิ” ในเมืองนากาโอกะเคียว จังหวัดเกียวโต เป็นอีกวัดยอดนิยมในการชมใบไม้แดง ทั้งในบริเวณวัดและทางเดินหิน มองไปทางไหนก็จะมีแต่ใบไม้แดงร่วงอยู่เต็มไปหมด ยิ่งอยู่ในวัดก็ยิ่งได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นสุด ๆ ช่วงที่สวยที่สุดคือกลางเดือนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ถ้าได้มาเดตกับคนรักคงจะโรแมนติกเหมือนกันนะคะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ แต่ละภาพแต่ละที่ สวย ๆ ทั้งนั้นเลย ด้วยความที่ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของใบไม้แดง ชาวญี่ปุ่นเขาก็จะอินกับรูปภาพใบไม้แดงเป็นพิเศษ แต่อย่าว่าแต่คนญี่ปุ่นเลย คนไทยอย่างเรา ๆ ก็ชอบเหมือนกันใช่มั้ยล่ะคะ แถมยังเป็นช่วงที่คนไทยไปเที่ยวเยอะมาก ๆ ด้วย อย่าลืมลองไปตามรอยในสถานที่จากอินสตาแกรมที่เราแนะนำไปด้วยนะคะ รับรองว่าได้รูปกลับมาเยอะแน่นอน! ^^        สล็อตเว็บตรง

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “โออิตะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “โออิตะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดโออิตะ ดินแดนแห่งน้ำพุร้อนและธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของทั้งภูเขาและทะเล เป็นจุดศูนย์รวมของที่เที่ยวดัง ๆ ที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินอย่างเบปปุและยูฟุอิน เท่านั้นไม่พอยังมีอาหารอร่อย ๆ รอให้เราได้ไปลิ้มลองอีกมากมาย ถ้าพร้อมแล้วก็อย่ารอช้า ไปเที่ยวโออิตะกันดีกว่า แล้วดูซิว่ามีที่เที่ยวไหนบ้างที่ห้ามพลาด

1. จิโกกุ เมกุริ (บ่อนรกทั้ง 8) (別府地獄めぐり)

จุดท่องเที่ยวหลักที่ไม่ไปไม่ได้เมื่อไปเยือนเมืองเบปปุ ปกติแล้วถ้าไปบ่อน้ำพุก็ต้องไปแช่น้ำร้อนใช่มั้ยคะ แต่ว่า 8 บ่อนรกของที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับให้ไปชมโดยเฉพาะ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกอยู่ในเขตคันนาวะ (Kannawa) มี 6 บ่อคือ Umi Jigoku, Oniishibozu Jigoku, Shiraike Jigoku, Kamado Jigoku, Oniyama Jigoku, Yama Jigoku ที่เดินถึงกันได้หมด กับอีก 2 บ่อในเขตชิบาเซกิ (Shibaseki) คือ Chinoike Jigoku, Tatsumaki Jigoku ซึ่งแต่ละบ่อจะแตกต่างกันไป บางบ่อสีฟ้า บางบ่อสีแดง บางบ่อเป็นโคลน บางบ่อมีน้ำร้อนพุ่งขึ้นมา เป็นต้น ถ้ามีเวลาแนะนำให้ดูให้ครบทั้ง 8 บ่อเลยนะคะ จากตัวเมืองโออิตะมีรถบัสไปถึงทั้ง 2 จุดเลย

2. ยูฟุอิน (由布院)

ยูฟุอิน เป็นเมืองเล็ก ๆ น่ารักในชนบทที่ล้อมรอบด้วยภูเขา มีชื่อเสียงในฐานะเมืองออนเซ็นเช่นเดียวกับเบปปุ แต่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเห็นจะเป็นร้านขายของกระจุ๊กกระจิ๊ก คาเฟ่ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เรียงรายตลอดสองข้างฝั่งถนนเส้นน้อยกลางเมือง แค่ได้เดินเล่นชมเมืองแบบชิล ๆ ก็มีความสุขแล้ว

เพื่อน ๆ สามารถเดินทางไปยูฟุอินได้ง่าย ๆ จากทั้งเบปปุและจังหวัดฟุคุโอกะโดยรถไฟ JR เมื่อเดินออกจากสถานีมาจะพบกับถนนสายหลักที่มีภูเขายูฟุอยู่เบื้องหลัง หากเดินตรงไปเรื่อย ๆ จนสุดทางจะพบกับทะเลสาบคินริน ซึ่งเป็นไฮไลท์วิวสวยน่าถ่ายรูปอีกจุดหนึ่งของที่นี่ด้วย

3. ถํ้าใต้นํ้าอินะสุมิ (稲積水中鍾乳洞)

 

ถ้ำใต้น้ำอินะสุมิเป็นถ้ำหินย้อยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทั้งยังจัดว่าเป็นถ้ำหายากในระดับโลกอีกด้วย ว่ากันว่าถ้ำนี้เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟอะโสะเมื่อราว ๆ 83,000 ปีที่แล้ว ส่งผลให้ถ้ำใต้น้ำเปิดออกและมีรูปร่างที่โดดเด่นอย่างทุกวันนี้ ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโออิตะที่นักท่องเที่ยวแนวธรรมชาติต้องลองไปดูสักครั้ง

4. สวนดอกไม้คุจู (くじゅう花公園)

สวนดอกไม้คุจูตั้งอยู่ในที่ราบสูงคุจู เต็มไปด้วยไม้ดอกกว่า 500 สายพันธุ์ เช่น ลาเวนเดอร์ พิงค์มอส ทิวลิป ทานตะวัน ฯลฯ ที่ผลัดเปลี่ยนหลุนเวียนกันออกดอกเกือบตลอดทั้งปีบนพื้นที่ 49 เอเคอร์ (ประมาณ 198,296 ตารางเมตร) ยกเว้นในฤดูหนาว ที่สวนแห่งนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารมากมายให้ทุกคนได้เลือกซื้อและหาของอร่อยทานหลังจากชมสวนอีกด้วย

5. หาดคุโรกาฮามะ (黒ヶ浜)

คุโรกาฮะมะ แปลว่า หาดสีดำ ชื่อนี้ได้มาจากชายหาดของที่นี่ที่เต็มไปด้วยหินสีดำ ๆ นั่นเอง หาดนี้ตั้งอยู่ที่เมืองซากาโนะเซกิ เป็นที่ตั้งของ “บุนโกะ ฟุตามิกาอุระ” หรือหินคู่รักสองก้อนที่เชื่อมกันด้วยเชือกชินโต ในเช้าวันขึ้นปีใหม่หาดนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มาชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และในระหว่างเดือนมีนาคมถึงตุลาคมของทุกปี พระอาทิตย์จะขึ้นตรงกลางระหว่างหินสองก้อนนี้พอดี ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศพากันเดินทางมาชมวิวที่หาชมได้ยากนี้

6. สะพานแขวนโคโคโนเอะ ยูเมะ (九重夢大吊橋)

ถ้าใครถามว่าสะพานแขวนที่ไหนคืออันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ขอให้ตอบอย่างมั่นใจไปเลยค่ะว่าคือ “สะพานแขวนโคโคโนเอะ ยูเมะ” แห่งนี้นี่เอง สะพานนี้โดดเด่นด้วยความสูง 173 เมตร ยาว 390 เมตร ที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 777 เมตร ทำให้มีนักท่องเที่ยวไปเยือนกันอย่างล้นหลามในแต่ละปี แต่ที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้ไปที่นี่คือวิวพาโนรามาที่น่าตื่นตา โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงช่วงเดือนพฤศจิกายน รอบ ๆ สะพานจะกลายเป็นสีเหลืองส้มแดงไปทั่วบริเวณเลยล่ะ

7. น้ำตกฮะระจิริ (原尻の滝)

น้ำตกฮะระจิริได้รับเลือกให้เป็นน้ำตก 1 ใน 100 ของญี่ปุ่น เป็นน้ำตกธรรมชาติที่เกิดจากการไหลของลาวาเมื่อราว 90,000 ปีมาแล้ว ถือเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ด้วยความสูง 20 เมตร กว้าง 120 เมตร ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกไนแองการ่าแห่งเอเชียเลยทีเดียว

8. ศาลเจ้าอุสะ (宇佐神宮)

 

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 8 เป็นศาลเจ้าสำคัญในฐานะศาลเจ้าหลักของศาลเจ้าฮาจิมัง (เทพแห่งสงคราม) กว่า 40,000 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น ตัววิหารหลักของศาลเจ้าจัดเป็นสมบัติของชาติและเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมศาลเจ้าที่เรียกว่า “ฮาจิมัง สุคุริ” นอกจากนี้ในบริเวณศาลเจ้ายังมีสะพานคุเรฮาชิ โรงละครโน และที่เก็บสมบัติของศาลเจ้า เป็นต้น ทั้งหมดนี้ถูกรายล้อมด้วยป่าไม้อุดมสมบูรณ์ที่มีมาแต่โบราณ ทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การเดินเล่นสงบ ๆ อีกแห่งหนึ่ง

9. ทาเคกาวาระออนเซ็น (竹瓦温泉)

โรงอาบน้ำสาธารณะของเมืองเบปปุที่ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1938 เมื่อก้าวเข้าไปข้างในเพื่อน ๆ จะรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในยุคโชวะตอนต้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย สำหรับทีเด็ดของที่นี่จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากสปาทรายร้อนยอดฮิตที่กลบตัวเรามิดจนเหลือแต่หัว ที่จะช่วยคลายความเมื่อยล้าและยังทำให้ผิวพรรณของเพื่อน ๆ ผุดผ่องแลดูอ่อนเยาว์อีกด้วย

10. โชวะ โนะ มาจิ (昭和の町)

 

โชวะ โนะ มาจิ เป็นย่านการค้าเก่าในสมัยโชวะราวปีค.ศ. 1950 ที่ถูกนำมาปรับปรุงใหม่ให้คึกคักอีกครั้งโดยที่ยังคงความเป็นโชวะอย่างเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี เพื่อน ๆ สามารถเดินชมร้านขายของเก่า ถ่ายรูปคู่กับตู้ไปรษณีย์โบราณที่หาได้ยากในปัจจุบัน หรือนั่งรถบัสโบราณฟรีชมเมืองในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้ รับรองว่าจะได้กลิ่นอายแบบโชวะแบบเต็ม ๆ

โอ้โห…มีแต่ที่เที่ยวน่าไปทั้งนั้นเลย ไปญี่ปุ่นรอบหน้าไม่ไปโออิตะไม่ได้แล้วสิเนี่ย    สล็อตเว็บตรง

พาไปชมวิวทะเลสวย ๆ จากสถานีรถไฟสายท้องถิ่นตั้งแต่เหนือจรดใต้

พาไปชมวิวทะเลสวย ๆ จากสถานีรถไฟสายท้องถิ่นตั้งแต่เหนือจรดใต้

ในประเทศญี่ปุ่นมีสถานีรถไฟมากถึง 9,500 กว่าสถานี ครอบคลุมตั้งแต่รถไฟความเร็วสูงหรือชินคันเซน ไปจนถึงสายรถไฟเล็ก ๆ ในท้องถิ่น ซึ่งในบรรดาสถานีรถไฟทั้งหมดนี้ มีสถานีรถไฟหลายแห่ง ที่มีชื่อในด้านทัศนยภาพที่สวยงาม ควรค่าแก่การไปเยือนอย่างยิ่ง ในวันนี้ ANNGLE จะไปคุณผู้อ่านไปชมวิวทิวทัศน์ของทะเล จากสถานีรถไฟสายท้องถิ่นจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น ขอบอกว่าคัดมาเฉพาะที่ ๆ พิเศษเพื่อคุณผู้อ่านเลยนะคะ

1. สถานีคิตาฮามะ (北浜駅) / ฮอกไกโด

 

สถานีคิตาฮามะ ตั้งอยู่ทางเหนือของจังหวัดฮอกไกโด ของ JR สายหลัก ฮอกไกโด เซนามิ ตัวสถานีมีขนาดเล็ก ทำจากไม้ทั้งหลัง เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “สถานีที่ใกล้กับทะเลโอคอตสค์” มากที่สุด ทะเลโอคอตสค์ เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ระหว่างฮอกไกโดเเละรัสเซีย นอกจากนี้ สถานีคิตาฮามะยังเป็นสถานที่หนึ่งเดียวในญี่ปุ่นที่ในฤดูหนาวสามารถมองเห็นน้ำแข็งลอยจากหน้าต่างรถไฟได้

2. สถานีโทโดโรกิ (轟木駅) / อาโอโมริ

 

สถานีโทโดโรกิอยู่ในจังหวัดอาโอโมริ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของเกาะฮอนชู มีรถไฟสาย JR โกโน วิ่งเพียง 5 ขบวนต่อวัน ในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยมีคลื่นลมแรง คลื่นสามารถซัดเข้ามาถึงตัวชานชาลาและสถานีได้ สถานีแห่งนี้เป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นอย่างกว้างขวาง เนื่องจากภาพความสวยงามของสถานีแห่งนี้ถูกนำไปใช้ในโปสเตอร์ตั๋วเซชุน 18 คิปปุ (Seishun 18 Ticket) ของบริษัท JR (Japan Railways)

3. สถานีอุมิชิบาอุระ (海芝浦駅) / คานากาว่า

 

สถานีอุมิชิบาอุระ เป็นสถานีบนสาย JR ตะวันออกสึรุมิ จังหวัดคานากาว่า ค่อนข้างเดินทางไปได้โดยง่าย เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว สถานีแห่งนี้นอกจากจะอยู่ติดทะเล ยังสามารถมองเห็นพื้นที่โรงงานหลายแห่ง และสะพานโยโกฮาม่าเบย์อีกด้วย แนะนำให้ไปช่วงพระอาทิตย์ตกดิน เพราะจะได้เห็นทั้งทิวทัศน์ของทะเล สะพาน และโรงงานพร้อมกัน เป็นภาพที่สวยงาม ควรค่าแก่การไปเยือนอย่างยิ่งค่ะ

4. สถานีคามาคุระ โคโกมาเอะ (鎌倉高校前) / คานากาว่า

 

สถานีคามาคุระ โคโกมาเอะ ของรถไฟฟ้าสายเอโนะชิมะ เป็นอีกหนึ่งสถานีรถไฟติดทะเลที่มีชื่อเสียงอย่าง มากโดยเฉพาะวิวทะเลและบริเวณจุดตัดทางรถไฟ เป็นสถานที่ยอดนิยมที่มักปรากฏอยู่ใน อนิเมะ ละคร ภาพยนตร์ญี่ปุ่น ฯลฯ เช่น Slam Dunk, Our Little Sister, Enoshima Prism นอกจากนี้ สถานีคามาคุระ โคโกมาเอะยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “100 สถานีที่ดีที่สุดในภูมิภาคคันโต” ทำให้ได้รับความนิยมและมีนักท่องเที่ยวมาเยือนเป็นจำนวนมาก

5. สถานีโอมิกาวะ (青海川駅) / นีงาตะ

 

สถานีโอมิกาวะ เป็นที่รู้จักในชื่อ “สถานีรถไฟที่ใกล้ทะเลที่สุด” ตั้งอยู่ที่จังหวัดนีงาตะ ถูกล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ฝั่งชานชาลาของสถานี สามารถมองเห็นวิวทะเลเป็นบริเวณกว้างและสัมผัสความแรงของคลื่นอย่างใกล้ชิด อีกฝั่งขอภูเขาและป่า เรียกได้ว่าตลอดการเดินทางสามารถสัมผัสและชมทิวทัศน์ของธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในฤดูหนาว สถานีแห่งนี้เป็นจุดยอดนิยมของการถ่ายภาพทะเลญี่ปุ่นในฤดูหนาวเลยก็ว่าได้ ในทุก ๆ ปีจะมีทั้งช่างภาพและนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบมาเยือนเป็นจำนวนมาก

6. สถานีไบชินจิ (梅津寺駅) / เอฮิเมะ

 

 

สถานีไบชินจิ เป็นสถานีเล็ก ๆ ของรถไฟสายทาคาฮามะ ในจังหวัดเอฮิเมะ สถานีแห่งนี้ถูกใช้เป็นฉากของตอนสุดท้ายของละครดังเรื่อง Tokyo Love Story นักท่องเที่ยวจากทั่วญี่ปุ่นที่มาเยือนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้องการชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของละครเรื่องนี้ นอกจากนี้สถานีไบฮามะยังเป็นอีกหนึ่งในสถานีที่สามารถชมความงามของวิวทะเลได้ เหมาะแก่การมาเพื่อซึมซับบรรยากาศ เยียวยาความเหนื่อยล้า หรือถ่ายรูปแชร์ลงโซเชี่ยลมีเดียก็เหมาะสุด ๆ เพราะสีฟ้าจากน้ำทะเลตัดกับสีส้มของรถไฟเป็นภาพที่สวยงามอย่างยิ่ง แถมโดดเด่นสะดุดตามาก ๆ ค่ะ

7. สถานีชิโมนาดะ (下灘駅) / เอฮิเมะ

 

สถานีชิโมนาดะของรถไฟสายโยซัน เป็นสถานีติดริมทะเลที่มีทิวทัศน์ที่ยอดเยี่ยมของจังหวัดเอฮิเมะและญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ สถานีแห่งนี้ได้รับความนิยม เนื่องจากถูกนำไปใช้ในโปสเตอร์ตั๋วเซชุน 18 คิปปุ (Seishun 18 Ticket) ของบริษัท JR (Japan Railways) นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร รวมถึงโฆษณามากมาย ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเพื่อมาตามรอย

8. สถานีโอมิซากิ (大三東駅) / นางาซากิ

 

สถานีโอมิซากิตั้งอยู่ที่จังหวัดนางาซากิ เป็นสถานีเล็ก ๆ ที่ไม่มีนายสถานี ชานชาลาเป็นแบบเปิด ไม่มีหลังคาและรั้วกั้น มีเพียงป้ายสถานีและม้านั่งเท่านั้น สถานีติดกับทะเลอาริอาเกะอันกว้างใหญ่ ในช่วงที่น้ำขึ้นสูง น้ำทะเลเข้ามาใกล้ชานชาลา และในช่วงน้ำลงจะได้เห็นลวดลายของทรายที่สวยงาม นอกจากนี้วิวพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่สวยงามมากทีเดียว

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับวิวทะเลสวย ๆ จากสถานีรถไฟสายท้องถิ่นของญี่ปุ่นที่เราได้นำมาแนะนำ ทิวทัศน์ของทะเลจากสถานีแต่แห่งมีความงดงาม น่าตามไปชมให้เห็นกับตาเลยใช่ไหมล่ะคะ ใครที่เที่ยวในเมืองจนเบื่อแล้ว หากมีโอกาสลองไปสัมผัสบรรยากาศสถานีรถไฟนอกเมือง หรือตามต่างจังหวัดดู รับรองว่าจะต้องประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ      สล็อตเว็บตรง

อินาวะชิโระ ที่เดียว เที่ยวได้ครบทั้ง 4 ฤดู

อินาวะชิโระ ที่เดียว เที่ยวได้ครบทั้ง 4 ฤดู

หากคุณเบื่อการท่องเที่ยวในตัวเมืองอันแสนวุ่นวายของประเทศญี่ปุ่น อยากหลีกหนีมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมทิวทัศน์สวย ๆ ราวกับหลุดเข้าไปในภาพถ่าย กับสถานที่เที่ยว Unseen ที่คุณยังไม่เคยรู้จักมาก่อน พร้อมทำกิจกรรมทางธรรมชาติมากมาย อาทิ เล่นสกี, แช่ออนเซ็น, ชมอนุสาวรีย์ธรรมชาติ ฯลฯ รับรองได้เลยว่าคุณจะไม่มีทางเบื่อแน่นอน! เพราะสถานที่เที่ยวแห่งนี้สามารถมาเที่ยวได้ครบทั้ง 4 ฤดูเลยทีเดียว ถ้าอยากรู้ว่าเป็นที่ไหนกันแล้ว ตามไปดูกันเลยค่ะ!

อินาวะชิโระ สถานที่เดียว มาเที่ยวได้ครบทั้ง 4 ฤดู

สถานที่เที่ยวที่เราอยากจะแนะนำให้ผู้อ่านได้รู้จักกันในครั้งนี้ก็คือ “อินาวะชิโระ” (Inawashiro; 猪苗代) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณเกือบกึ่งกลางของจังหวัดฟุกุชิมะ ทางทิศเหนือของเมืองอินาวะชิโระติดกับจังหวัดยามากะตะ และเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟ บันไดซัง (Bandaisan; 磐梯山) ทางทิศใต้เป็นที่ตั้งของทะเลสาบอินาวะชิโระ ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดฟุกุชิมะเลยทีเดียว สภาพภูมิอากาศในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและใบไม้ผลิจะอยู่ราว 11-13 องศาเซลเซียส ในฤดูร้อนจะอยู่ที่ 20-22 องศาเซลเซียส และฤดูหนาวจะอยู่ที่ 0.5 ถึง -2.4 องศาเซลเซียส เรียกได้ว่าเป็นสถานที่เที่ยวที่ถูกใจนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเราแน่นอน เพราะไม่ว่าคุณจะมาเที่ยวในฤดูหนาวก็มีหิมะขาว ๆ ให้ได้ชม หรือจะมาเที่ยวในฤดูร้อน ก็ยังถือว่าเป็นอุณหภูมิที่เย็นสบายเมื่อเทียบกับฤดูร้อนในบ้านเรา

จากตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทำให้เมืองอินาวะชิโระเพรียบพร้อมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น กิจกรรมกีฬาทั้งบนบกและในทะเลสาบอินาวะชิโระ, การตกปลา, ปีนเขา, ชมทิวทัศน์ทางธรรมชาติ, กิจกรรมลานสกี ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ตีนเขาทางทิศใต้ของภูเขาไฟบันไดซัง ไปจนถึงการแช่ออนเซ็นเพื่อผ่อนคลายร่างกายและจิตใจจากความเหนื่อยล้า

ไฮไลท์ประจำเมืองอินาวะชิโระ

“เมืองแห่งดอกไม้ ต้นไม้ และนก” คือไฮไลท์ในการท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอินาวะชิโระ โดยทั้งหมดล้วนมาจากธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะปลีกตัวออกจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ หรือสถานที่เที่ยวแบบเดิม ๆ ในญี่ปุ่น เราขอแนะนำทั้ง 3 ไฮไลท์ โดยแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อ ดังนี้

เมืองแห่งดอกไม้

ดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอินาวะชิโระ คือ “:ซางิโซ” (Sagisou; サギソウ) หรือ กล้วยไม้นกกระยางขาว ภาษาดอกไม้ หมายถึง “ความบริสุทธิ์” และ “ฉันจะคิดถึงคุณแม้ในความฝัน” เป็นพืชที่เติบโตได้ดีในสถานที่ที่มีแดดส่องถึงทั้งบนพื้นที่ราบและพื้นที่เปียกชื้น พบเห็นได้บ่อยตามทุ่งนาหรือตีนเขาบันไดซังในเมืองอินาวะชิโระ และจะบานเต็มที่ในเดือนสิงหาคม ลำต้นมีความสูงราว 20-40 เซนติเมตร ใน 1 ต้นจะมีดอกไม้บานราว 1-5 ดอก ดอกไม้มีสีขาว บานออกเป็น 3 แฉก มีลักษณะคล้ายนกกระยางขาวกำลังสยายปีก ดูงดงามและสง่างามในเวลาเดียวกัน

เมืองแห่งต้นไม้

ต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอินาวะชิโระ คือ “นานาคามาโดะ” (Nanakamado; ナナカマド) ชื่อภาษาอังกฤษคือ Sorbus commixta หรือ Japanese Rowan ภาษาดอกไม้ หมายถึง “การระมัดระวังเอาใจใส่” และ “ความรอบคอบ” เป็นต้นไม้ผลัดใบที่มีความสูงราว 7-10 เมตร ออกดอกไม้สีขาวขนาด 6-8 มิลลิเมตร รวมกันเป็นพุ่มดอกไม้ขนาดใหญ่ราว 15-20 เซนติเมตรในช่วงต้นฤดูร้อนเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จากนั้นจะออกผลไม้สีแดงขนาดเล็กราว 6 มิลลิเมตรในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และจะเริ่มผลัดใบเปลี่ยนเป็นสีแดงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง สามารถพบเห็นต้นนานาคามาโดะที่เกิดตามธรรมชาติจำนวนมากได้ที่บริเวณภูเขาอาคาฮานิยามะ (Akahaniyama; 赤植山) โดยในปัจจุบันมีการปลูกต้นนานาคามาโดะตามริมถนนและสวนต้นไม้ทั่วไปมากขึ้นด้วย

เมืองแห่งนก

หงส์เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองทางธรรมชาติและเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำเมืองอินาวะชิโระ ในทุก ๆ ปีจะมีหงส์จำนวนกว่า 3,000 ตัวบินข้ามน้ำข้ามทะเลจากต่างประเทศมาที่เมืองอินาวะชิโระ โดยจะสามารถชมฝูงหงส์จากธรรมชาติได้ที่บริเวณทะเลสาบอินาวะชิโระตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนเมษายนเลยทีเดียว อีกทั้งคุณยังสามารถชมการให้อาหารฝูงหงส์ได้อย่างใกล้ชิดจากบริการล่องเรือชมวิวที่ทะเลสาบอินาวะชิโระได้อีกด้วย

สถานที่ท่องเที่ยวในอินาวะชิโระ

นอกจากไฮไลท์ประจำเมืองอินาวะชิโระที่เป็นส่วนหนึ่งในการท่องเที่ยวแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจอีกมากมายที่เราอยากให้คุณได้รู้จักและลองไปสัมผัสบรรยากาศจริงด้วยตัวเอง โดยจะขอยกตัวอย่างสถานที่เที่ยวตามฤดูกาลพอสังเขป ดังนี้

ชมดอกซากุระที่แม่น้ำคันนอนจิ

แม่น้ำคันนอนจิ (観音寺川) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ชมดอกซากุระบานที่ได้รับความนิยมในหมู่คนญี่ปุ่นอย่างมาก โดยจะมีต้นซากุระเรียงรายตามริมแม่น้ำคันนอนจิเป็นระยะทางยาวราว 1 กิโลเมตร ภาพของดอกซากุระสีชมพูบานเต็มต้น คั่นกลางด้วยธารน้ำใสบริสุทธิ์ ตัดกับสีเขียวสดชื่นภูเขาและพื้นหญ้า อาจช่วยเยี่ยวยาจิตใจของคุณจากความเหนื่อยล้า และเป็นสถานที่ที่น่าเก็บภาพสวย ๆ เอาไว้

ทุ่งดอกนิกโก-คิสุเงะ

ดอกนิกโก-คิสุเงะ (Nikko-kisuge; ニッコウキスゲ) หรือในชื่อภาษาอังกฤษคือ Day lilies เป็นดอกไม้สีเหลืองที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติในช่วงฤดูร้อนประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม เกิดตามบริเวณแอ่งน้ำบนซากปล่องภูเขาไฟโองุนินุมะ (Oguni-numa; 雄国沼) อยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาไฟเนโกมาดาเกะ และอยู่ห่างจากภูเขาไฟบันไดซังออกไปราว 6 กิโลเมตร

ออนเซ็นนากาโนซาวะ และออนเซ็นนุมาจิริ

บ่อออนเซ็นจากธรรมชาติทั้ง 2 แห่ง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของตีนเขาอาดาทาระ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 750 เมตร และ 880 เมตร โดยชาวญี่ปุ่นรู้จักชื่อเสียงของบ่อออนเซ็นนากาโนซาวะ (Nakanosawa Onsen; 中ノ沢温泉) กันเป็นอย่างดี ว่ามีส่วนช่วยในการรักษาและบรรเทาอาการของโรคจากกระเพาะอาหารและลำไส้ ส่วนบ่อออนเซ็นนุมาจิริ (Numajiri Onsen; 沼尻温泉) นอกจากจะช่วยรักษาอาการของโรคจากกระเพาะอาหารและลำไส้เช่นเดียวกันแล้ว ยังมีส่วนช่วยรักษาโรคไขข้อ อาการปวดประสาท และโรคผิวหนังได้ นอกจากนี้ บริเวณใกล้ ๆ กับบ่อออนเซ็นนุมาจิริยังเปิดให้บริการลานสกีในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย

ลานสกีอินาวะชิโระ

 

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นสกี ต้องไม่พลาดกับลานสกีอินาวะชิโระ (Inawashiro Ski Resort; 猪苗代スキー場) ลานสกีขนาดใหญ่ใกล้ภูเขาบันไดซัง เปิดให้บริการตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมถึงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งจะมีคอร์สเล่นสกีและเนินหิมะหลายรูปแบบไว้รองรับสำหรับนักเล่นสกีมือใหม่ไปจนถึงผู้ที่ชำนาญการเล่นสกีแล้ว โดยมีเนินหิมะที่สามารถชมวิวของทะเลสาบอินาวะชิโระที่อยู่ด้านล่างได้อีกด้วย

นอกจากนี้ บริเวณรอบ ๆ ลานสกียังมีบริการที่พักชั่วคราวทั้งแบบโรงแรมและแบบเกสต์เฮาส์ให้คุณได้เลือก พร้อมกิจกรรมให้คุณได้ผ่อนคลายมากมาย เช่น การแช่ออนเซ็น หรือการดื่มเหล้าชิล ๆ ที่ส่งตรงจากเมืองไอสุ (Aisu; 会津) แหล่งผลิตเหล้าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฟุกุชิมะ

เป็นอย่างไรบ้างกับ “อินาวะชิโระ ที่เดียว เที่ยวได้ครบทั้ง 4 ฤดู” ที่เราได้แนะนำให้รู้จักกัน หวังว่าจะถูกใจเพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยว Unseen และอยากจะฉีกแนวการเที่ยวญี่ปุ่นในเขตเมืองแบบเดิม ๆ เพราะเราเชื่อว่า ธรรมชาติจะช่วยเยี่ยวยาร่างกายและจิตใจที่เหนื่อยล้าจากชีวิตการทำงานประจำวันได้ไม่มากก็น้อย    สล็อตเว็บตรง

inawashiro model course banner

วิธีการเล่นโป๊กเกอร์การแข่งขันฟรี

วิธีการเล่นโป๊กเกอร์การแข่งขันฟรี freeroll โป๊กเกอร์ชิงแชมป์ให้คุณมีโอกาสที่จะชนะการจัดการที่ดีของเงินหรือลงทะเบียนฟรีสำหรับการแข่งขันอื่นๆโดยไม่ต้องเสี่ยงเงินของคุณเอง

โดยปกติพวกเขาเป็นเพียงการเชิญการแข่งขันที่คุณสามารถได้รับคะแนนสมาชิกในเว็บไซต์โป๊กเกอร์และได้รับเชิญให้เล่มพิเศษฟรี มีหลายพันของผู้เล่นในการแข่งขันเหล่านี้

และคุณจะได้รับเงินเป็นจำนวนมากแม้ว่าคุณจะไม่ได้รับสถานที่แรก การแข่งขันโป๊กเกอร์ฟรีเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าร่วม คุณสามารถเล่นได้ทุกที่ในโลกตราบเท่าที่คุณสามารถท่องอินเทอร์เน็ต

โดยปกติสมาชิกของคุณจะได้รับคะแนนและคุณจะได้รับคะแนนในการลงทะเบียนแต่มันเป็นตัวเลือกที่คุณสามารถใช้สำหรับหมายเลขใดๆของการแข่งขันโป๊กเกอร์ฟรี

เกือบทุกเว็บไซต์โป๊กเกอร์มีโป๊กเกอร์ฟรีเพราะพวกเขามีสภาพคล่องสูง เมื่อคุณเดิมพันในโป๊กเกอร์ผ่านบริษัทการพนันคุณต้องจ่ายเงินเพื่อเล่น ถ้าเจ้ามือล้มละลายคุณจะไม่ชนะอะไรเพราะค่าใช้จ่ายสูงของการดำเนินงานของห้องโป๊กเกอร์พวกเขาจะไม่ทำให้เงินมาก

ห้องโป๊กเกอร์มักจะดึงเงินจากหม้อพวกเขาจะให้โบนัสเล็กๆน้อยๆเพื่อให้ผู้เล่นในบ้าน คุณไม่เพียงแต่สามารถมีส่วนร่วมฟรีแต่ยังสามารถชนะผลรวมขนาดใหญ่ของเงิน บางห้องเล่นไพ่ที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากขวดและพวกเขาได้รับเงินบางส่วน

ประโยชน์ของ freerolls คือคุณสามารถเข้าร่วมได้เกือบทุกที่ในโลก คุณไม่ต้องอยู่ในทะเลทรายโป๊กเกอร์ที่ดีที่สุดที่จะเข้าร่วมการแข่งขันโป๊กเกอร์ฟรี ที่นี่คุณสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันโป๊กเกอร์ฟรีและวิธีการที่จะชนะบางโบนัสฟรรรายละเอียดเพิ่มเติม

เดิมพันโป๊กเกอร์ออนไลน์ฟรี การแข่งขันโป๊กเกอร์ฟรีเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเล่นโป๊กเกอร์ มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะชนะเงินจำนวนมาก ก่อนที่คุณจะเล่น freerolls คุณต้องลงทะเบียนในเว็บไซต์ของพวกเขา

พวกเขาเสนอโบนัสเมื่อคุณลงทะเบียน พวกเขามีเงินสดและคะแนนฟรีและส่วนใหญ่ของพวกเขาให้กับสมาชิกที่ไม่จ่ายสมาชิกเพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะปริมาณฟรีคุณต้องลงทะเบียนหลายครั้ง

มันเหมือนกับการเล่นในเกมปกติ เฉพาะที่นี่คุณสามารถใช้จุดของคุณเพื่อให้ได้ฟรีหมุนที่มีค่าเดียวกันเป็นจุดที่คุณลงทะเบียน นี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเล่นโป๊กเกอร์และชนะเงิน

Published
Categorized as เกม

Untitled

สถานที่เที่ยวลับๆ น้อยคนนักจะรู้จักในจังหวัดโคจิ

จังหวัดโคจิ ตั้งอยู่ในภูมิภาคชิโกกุที่รายล้อมด้วยทะเลและภูเขา ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ จังหวัดโคจิไม่เพียงแต่มีธรรมชาติที่สวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่งเกิดใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่มีความน่าสนใจอยู่มากมาย ในวันนี้ ANNGLE จึงขอพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวแบบไม่ซ้ำใคร เราจะพาไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวลับๆ ในจังหวัดโคจิ ตามมากันเลยค่ะ!

1. Garden of Monet (モネの庭)

 

Garden of Monet หรือ สวนโมเนต์ จำลองมาจากสวน Giverny ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสวนที่โกลด มอเเน (Claude Monet) ปรมาจารย์จิตกรแนว Impressionism ชื่นชอบ บรรยากาศในสวนแห่งนี้ชวนให้นึกถึงผลงานชิ้นเอกของเขาที่ชื่อว่า Water Lily ว่ากันว่าการจัดแต่งสวนโมเนต์สะท้อนให้เห็นทิวทัศน์ที่โกลด มอเเนมองเห็นในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่มีความสดใสและสงบสุข

สวนโมเนต์ไม่ได้มีแค่สวนดอกไม้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีคาเฟ่น่ารักๆ ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงอีเว้นต์ต่างๆ ตามเทศกาลอีกด้วย สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Homepage หรือ Instagram @garden_of_monet

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 887-32-1233
HP : www.kjmonet.jp

2. นิโคบุจิ (にこ淵)

 

นิโคบุจิ เป็นสถานที่ ที่ตั้งอยู่บน Niyodo Blue ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเรื่องน้ำสีฟ้าใส และบรรยากาศที่ลึกลับและน่าอัศจรรย์ มีตำนานเล่าขานกันว่านิโคบุจิเเห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีงูที่อวตารมาจากเทพเจ้าแห่งน้ำอาศัยอยู่ คนในท้องถิ่นจึงไม่นิยมเข้าไปเท่าไหร่นัก

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 88-893-1211 (สมาคมการท่องเที่ยวเมืองอิโนะ)
HP : niyodoblue.jp

3. สะพานชินกะ (沈下橋)

 

สะพานชินกะ หรือ สะพานจม ถูกตั้งชื่อตามลักษณะของสะพานที่จะจมลงเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น เนื่องจากสะพานแห่งนี้ไม่มีราวสะพาน การขับรถข้ามหรือเดินข้ามจึงค่อนข้างอันตรายและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนั้น สะพานแห่งนี้สร้างมาจากหิน ทำให้ดูกลมกลืนไปกับแม่น้ำและธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 88034-1111
HP : www.city.shimanto.lg.jp

4. หอนาฬิกาโนระ (野良時計)

 

หอนาฬิกาโนระ เป็นหอนาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองอากิ จังหวัดโคจิ ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1887 โดยฮาตาเกะนากะ เก็นมะ ในสมัยนั้นยังไม่มีนาฬิกาใช้กันอย่างแพร่หลายมากนัก บวกกับการที่เขาสนใจเกี่ยวกับนาฬิกาเป็นทุนเดิม ฮาาเกะนากะจึงได้ทำการประกอบหอนาฬิกานี้ขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ แม้ว่าจะทำนาทำไร่ในที่ห่างไกลก็สามารถมองเห็น และดูเวลาจากนาฬิกาโนระจากที่ไกลๆ ได้ หอนาฬิกาโนระแห่งนี้ จึงเป็นที่รักของชาวเมืองมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 887351011
HP : www.akikanko.or.jp

 

Seaside Gallery มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พิพิธภัณฑ์ไร้อาคาร เป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะที่จัดขึ้นบริเวณชายหาดจังหวัดโคจิ ท่านสามารถเพลิดเพลินกับงานศิลปะไปพร้อมๆ กับสัมผัสธรรมชาติริมทะเล ไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้าสีคราม เสียงคลื่น และสายลมเย็นๆ ได้

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 880434915
HP : www.sunabi.com

6. เกาะคาชิวา (柏島)

 

 

“เกาะคาชิวา” ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดโคจิ น้ำทะเลใส สีเขียวมรกตเป็นประกาย เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจ  ถึงแม้ว่าจะเป็นเกาะ แต่การเดินทางนั้นช่างสะดวกสบาย ท่านสามารถเลือกเดินทางโดยเรือหรือรถยนต์ โดยการข้ามสะพานได้ ท้องทะเลบริเวณเกาะคาชิวาแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของปลาและปะการังสวยงามกว่า 1,000 ชนิดและได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 880-73-1115
HP : www.town.otsuki.kochi.jp

7. ศาลเจ้าโอโตะนาชิ (鳴無神社)

 

สำหรับใครที่อยากขอพรในเรื่องความรัก เราขอแนะนำ “ศาลเจ้าโอโตะนาชิ” ว่ากันว่าเป็นศาลเจ้าที่เด่นดังในเรื่องความรักติดอันดับต้นๆ และเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เสาโทริอิที่หันหน้าออกสู่ทะเลเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวไม่พลาดที่จะมาเก็บภาพ นอกจากจะได้ภาพสวยๆ ยังได้รับพลังจากท้องทะเลอีกด้วย หากท่านมีโอกาสมาเยี่ยมชม อยากให้ลองเสี่ยงเซียมซี เพราะเซียมซีของที่นี่ละลายน้ำได้ เมื่ออ่านคำทำนายเสร็จ สามารถทิ้งกระดาษลงทะเลได้เลย มีความเชื่อกันว่าการทิ้งเซียมซีลงทะเลเป็นการฝากความปราถนาของเราไปกับท้องทะเลนั่นเอง

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 889-42-8591
HP : www.attaka.or.jp

8. Cafe Missy Sippy (カフェ ミシシッピ)

 

สถานที่สุดท้ายที่จะมาแนะนำคือ “Cafe Missy Sippy” คาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ในธีมชนเผ่าอเมซอน ภายในร้านมีที่นั่งโซนใต้ดินบริการ ให้ความรู้สึกเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวาย นอกจากนี้ ที่นี่ยังพร้อมเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มจากหลากหลายเชื้อชาติให้ท่านได้มาลองชิม ไม่ว่าจะเป็น แกงกะหรี่ของอินเดีย หรือ ข้าวกะเพราของไทย เป็นต้น

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 880-73-1115
Facebook : cafemissysippy

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 8 สถานที่ท่องเที่ยวลับๆ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักในจังหวัดโคจิ คงจะถูกใจเพื่อนๆ ที่เป็นสายอาร์ต สายรักธรรมชาติ และสายมูเตลูอย่างเเน่นอน และในแต่ละสถานที่ที่ได้นำมาแนะนำล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม และมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ แต่คงจะฟินกว่านี้อีกหลายเท่าหากได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองใช่ไหมคะ?      สล็อตเว็บตรง

สล็อตเว็บตรง The Rift: Planes of Telara วันที่วางจำหน่าย

Rift: Planes of Telara จะวางจำหน่ายในวันที่ สล็อตเว็บตรง เกมดังกล่าวมี 2 รุ่น (รุ่นพื้นฐานและรุ่นสำหรับนักสะสม) คำถามคือ ควรซื้อตัวไหนดี?

มาดูส่วนเสริมและเครื่องมือแคมเปญที่สำคัญที่สุดที่มีให้บริการในขณะนี้ (ต้นปี 2011)

สล็อตเว็บตรงวอเลท

สล็อตเว็บตรง

– ส่วนเสริม Rift Core: ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นส่วนเสริมที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องการหากคุณวางแผนที่จะไม่เพียงแค่เล่น 3-5 เทียบกับและ 5-9 เทียบกับโหมดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเล่น PvP และ Raid ด้วย การทำภารกิจของ Corelum ให้สำเร็จนั้นจำเป็นและจะทำให้คุณได้รับคะแนนความสำเร็จมากมายระหว่างทาง ส่วนเสริมมีระบบติดตามภารกิจที่จะทำให้ความพยายามนี้เป็นเรื่องง่าย อย่างไรก็ตาม หากคุณวางแผนที่จะทำ PvP เป็นจำนวนมาก อย่าเลือกซื้อส่วนเสริมการค้นหา Corelum

สล็อตวอเลท

– พจนานุกรมความแตกแยก: นี่เป็นส่วนเสริมที่ยอดเยี่ยมในบันทึกการค้นหาของคุณ สล็อตเว็บตรง นี่เป็นสิ่งจำเป็นหากคุณวางแผนที่จะทำ Dungeons และ Raid เป็นจำนวนมาก เนื่องจากทั้งแคมเปญ Rift และ the Dark Sun ใช้บันทึกย่อของ Dungeon เป็นเครื่องมือ แทนที่จะใช้บันทึกภารกิจ สล็อตเว็บตรง ส่วนเสริมนี้ช่วยให้คุณย้อนกลับไปดูภารกิจที่เสร็จสิ้นก่อนหน้านี้และดู หากมีรางวัลใด ๆ จากดันเจี้ยนปัจจุบัน การอ้างถึงผู้ให้ภารกิจสามารถช่วยคุณประหยัดเวลาในการเดินทางได้

– หน้าต่างความสามารถแตกแยก: หน้าต่างนี้มีไว้สำหรับความสามารถพิเศษ บัฟ และดีบัฟทั้งหมดของคุณ สิ่งนี้จะมีประโยชน์เมื่อเรียกใช้ Rifts และ Invasions ฉันแน่ใจว่าพวกคุณส่วนใหญ่เคยประสบปัญหาการแช่แข็งที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของผู้บังคับบัญชาดังกล่าว ส่วนเสริมนี้จะแสดงให้คุณเห็นว่าเป้าหมายของคุณมีดีบัฟ ทักษะ และความสามารถใดบ้าง

– Rift Pets: ส่วนเสริมนี้จำเป็นหากคุณวางแผนที่จะควบคุมสัตว์เลี้ยงทุกรูปแบบ The Rift Pets เพิ่มการติดตามรูปแบบต่างๆ ที่คุณสามารถควบคุมได้ และวางแผนเส้นทางที่ดีที่สุดคร่าวๆ เพื่อไปยังแต่ละรูปแบบ

นี่ไม่ใช่รายการที่สมบูรณ์ของส่วนเสริมต่างๆ ที่จำเป็น แต่ใกล้จะถึงแล้ว ส่วนตัวฉันใช้ สล็อตเว็บตรง ที่ด้านบนของรายการ addon ที่ฉันใช้บ่อยที่สุด:

– Titan Panel: ส่วนเสริมนี้ช่วยให้คุณเห็นคำเตือนการจู่โจมและข้อมูลการจู่โจมอื่น ๆ บนหน้าจอของคุณ

– AtlasLoot: ส่วนเสริมนี้ช่วยให้คุณเห็นว่าอะไรที่ขโมยมาจากมอนสเตอร์ทั้งหมดในเกม

– ส่วนต่อประสานผู้ใช้เพิ่มเติม: ส่วนเสริมนี้ช่วยให้คุณเห็นจำนวน XP ต่อชั่วโมงในแต่ละดันเจี้ยน, XP เฉลี่ยต่อการฆ่า, DPS เฉลี่ยสำหรับแต่ละคลาสและอีกมากมาย!

เมื่อคุณเลือกได้ว่าจะใช้ส่วนเสริมใด ก็ถึงเวลาค้นหาคู่มือการสืบเสาะที่ดี มีคู่มือการทำภารกิจมากมายที่สามารถช่วยคุณทำภารกิจต่าง ๆ ในเกมและเควสใดที่คุ้มค่ากับเวลาของคุณ ควรพิจารณาส่วนเสริมทั้ง 3 นี้เมื่อเริ่มต้นการเดินทางแสวงหาของคุณ ประการแรก เพราะพวกเขาเป็นอิสระ ประการที่สองเนื่องจากติดตั้งง่าย และประการที่สาม เพราะมันได้ผล! ฉันขอแนะนำอย่างน้อยหนึ่งส่วนเสริมเหล่านี้สำหรับผู้เริ่มต้นในเกม

ใครไม่เด้ง..โอเด้ง! 7 ร้านโอเด้งแนวใหม่ในโตเกียว

ใครไม่เด้ง..โอเด้ง! 7 ร้านโอเด้งแนวใหม่ในโตเกียว

ทุกคนเคยทานโอเด้งกันมั้ยคะ? โอเด้งเป็นอาหารญี่ปุ่นประเภทต้ม โดยนำวัตถุดิบต่างๆ เช่น หัวไชเท้า ลูกชิ้น ไข่ หรือเต้าหู้ทอด ลงไปต้มในนำ้ซุปสไตล์ญี่ปุ่น นิยมทานตอนหน้าหนาว เพราะช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ในบทความนี้จะขอแนะนำ 7 ร้านโอเด้งแนวใหม่ในโตเกียวค่ะ แนวใหม่ยังไงตามไปดูกันเลยค่ะ!

1. Oden & Wine Vinum (おでんとわいん びのむ)

 

ร้านโอเด้งสไตล์ฝรั่งเศสสุดหรูในย่านนิชิอาซาบุ (Nishi-Azabu) เป็นบ้านเก่าที่รีโนเวทใหม่ให้บรรยากาศสบายๆเหมือนทานอาหารที่บ้าน ได้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เพราะมีที่นั่งเพียง 14 ที่เท่านั้น ทางร้านจะเสิร์ฟเป็นคอร์ส จานเด็ดที่อยากให้ชิมคือ “ฟัวกราส์หัวไชเท้า” ราดด้วยมิโสะที่เคี่ยวด้วยไวน์แดง “ไข่ต้มเกือบสุก” ท็อปปิ้งด้วยทรัฟเฟิล และ “ฟรุ้ตโทมาโท” มะเขือเทศต้มทั้งลูกเนื้อนวลเนียน ซุปที่ใช้เป็นนำ้ซุปกระดูกเป็ดที่เชฟเคี่ยวกว่า 6 ชั่วโมงทุกวัน นอกจากนี้ทางร้านยังมีไวน์ระดับโลกกว่า 200 ชนิดให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย หัวไชเท้าและไข่ต้มที่ชุ่มไปด้วยนำ้ซุปกระดูกเป็ดเข้ากันได้ดีกับวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างทรัฟเฟิลและฟัวกราส์ ใครอยากทานโอเด้งพร้อมจิบไวน์ชั้นเลิศในบรรยากาศสบายๆ ต้องรีบจองแล้วนะคะ

ที่ตั้ง : 4-8-6 Nishi-Azabu, Minato-ku, Tokyo 106-0031
เวลาทำการ : 17:30 ~ 22:00 หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เว็บไซต์ : oden-vinum.com

2. Sanagi Shinjuku (サナギ新宿)

 

ร้านอยู่ในฟู้ดฮอลล์ที่อยู่ใต้ทางยกระดับโคชูไคโด (Koshu Kaido) เดินเพียง 1 นาทีจากทางออกตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Exit) สถานีชินจูกุ สร้างขึ้นเมื่อปี 2559 ตามแผนการพัฒนาของเขตชินจูกุ ภายในร้านตกแต่งด้วยสีสันสดใส มีที่นั่งประมาณ 200 ที่ ทั้งแบบโซฟา เค้าท์เตอร์บาร์ และมีโต๊ะโคทัตสึให้ได้นั่งทานอีกด้วย! เนื่องจากเป็นสไตล์ฟู้ดคอร์ด จึงมีอาหารหลากหลายให้ได้ลองทาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน หรืออาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คุ้นลิ้นเป็นอย่างดี เช่น ไก่ย่าง หรือสะเต๊ะ โอเด้งของร้านจะต้มในนำ้ซุปดาชิสไตล์ดั้งเดิม แต่ที่ต่างจากร้านทั่วๆ ไปก็คือ การได้นั่งทานในบรรยากาศแปลกใหม่ แม้ร้านจะมีคอนเซ็ปและการแตกแต่งที่แปลกใหม่ไม่ซำ้ใคร แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องรสชาตินะคะ เพราะอร่อยและใช้ของดีมีคุณภาพค่ะ ไม่เชื่อก็ต้องลองไปทานดูนะคะ

ที่ตั้ง : 3-35-6 Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo
เวลาทำการ : 11: 00 ~ 23: 30 น.
เว็บไซต์ : sanagi.tokyo/

3. Toridashioden Samon (鶏だしおでん さもん)

 

ร้านอยู่ใต้ทางยกระดับนากะเมกุโระ (Nakamekuro) จุดเด่นอยู่ที่ “นำ้ซุปกระดูกไก่” ที่ใช้ไก่ไดเซน (Daizen Chicken) ไก่สายพันธุ์ดีจากจ.ทตโทริ ที่เคี่ยวจนได้รสชาติกลมกล่อม เมนูแนะนำก็เช่น “หัวไชเท้าต้ม” เมนูคลาสิกที่ชุ่มไปด้วยนำ้ซุปหอมหวาน, “โทคุเซน นิวะโทริ คุชิ โอเด้ง (Tokusen Niwatori Kushi Oden)” เป็นเซ็ตรวมเนื้อไก่ส่วนต่างๆ เช่น อก น่อง มาเสียบไม้ต้ม หรือ “ไข่ต้มเกือบสุก” ที่ใช้ไข่ไก่นาโกย่าโคจิน (Nagoya Kouchin) ชั้นเยี่ยม ที่ร้านไม่รับจองแต่ไม่กังวลนะคะ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่นั่งแช่ค่ะ ทานเสร็จก็ลุกเลยมีที่นั่งตลอด หรือจะซื้อแบบเทคเอ้าท์ก็ได้เหมือนกันค่ะ

ที่ตั้ง : 3 Chome-5-31 Kamimeguro, Meguro City, Tokyo 153-0051, Japan
เวลาทำการ : ทุกวัน 16: 00 ~ 03: 00 น.
เว็บไซต์ : nomura-honten.co.jp/gaisyoku

4. Veggie kushi sosaku oden Nurukan Sato (ベジ串 創作おでん ぬる燗佐藤)

 

ร้านอยู่ในอาคารชิบูย่าฮิคาริเอะ (Shibuya Hikarie) ทุกคนสามารถทานโอเด้งและเวจจี้คูชิ (หมูและผักเสียบไม้ย่าง) แกล้มสาเกจาก 47 จังหวัดทั่วญี่ปุ่นได้ โอเด้งของที่ร้านจะมี 2 แบบ สำหรับคนที่อยากทานรสชาติกลมกล่อมแนะนำซุป “เอโดะมาเอะ สุมิดาชิ (Edomae sumi dashi)” แต่ถ้าอยากทานรสชาติเข้มข้นแนะนำซุปแบบ “เดมิมิโซะดาชิ (Demi miso dashi)” เมนูแนะนำก็คือ กะหลํ่าปียัดไส้ที่ต้มในนำ้ซุปรสเข้ม สำหรับใครที่อยากดื่มสาเกญี่ปุ่มแกล้มโอเด้งแต่เลือกไม่ถูก สามารถปรึกษาพนักงานได้นะคะ สาเกมีให้เลือกกว่า 11 ชนิด ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น ราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 300 เยน (ประมาณ 87 บาท) เท่านั้นค่ะ

ที่ตั้ง : Japan, 〒150-0002 Tokyo, Shibuya City, Shibuya, 2 Chome−21−1, Hikarie, 7F
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:00 ~ 20:00
เว็บไซต์ : nurukan-sato.com

5. Gyutan Iroha Bettei (牛タンいろ葉 別邸)

 

ตั้งอยู่ในโฮะโบะ ชินจุกุ โนะเร็งไก (Hobo Shinjuku Norengai) แหล่งรวมอิซากายะร้านเด็ด 7 ที่ เป็นร้านที่รีโนเวทจากบ้านเก่า ทำให้ได้อารมณ์เหมือนไปทานข้าวบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นเลยค่ะ การเดินทางก็ง่ายมากๆ เดินเพียง 1 นาทีจากสถานีโยโยหงิ (Yoyogi Station) ก็ถึงแล้ว เมนูแนะนำคือ ลิ้นวัวชิ้นใหญ่ (Gyutan) และโอเด้งที่ต้มในนำ้ซุปหางวัว ถึงนำ้ซุปจะใสแต่รสชาติไม่ใสนะคะ เข้มข้นกลมกล่อมมาก แนะนำให้เลือกเครื่องโอเด้งที่ดูดซึมนำ้ซุปได้ดี อย่างไข่ ชิกูวะหรือเต้าหู้นะคะ จะได้ชิมรสชาตินำ้ซุปแบบเต็มๆ โอเด้งของที่นี่มีตลอดทั้งปี แม้จะเป็นหน้าร้อนก็สามารถมาทานได้ ลูกค้าก็มีหลายช่วงวัย สำหรับสาวๆ ที่อยากมาทานคนเดียวก็ไม่กังวลนะคะ ถึงจะเป็นอิซากายะแต่มีบรรยากาศสบายๆ ค่ะ

 

ที่ตั้ง : Japan, 〒151-0051 Tokyo, Shibuya City, Sendagaya, 5 Chome−20−10 Hobo Shinjuku Norengai
เวลาทำการ : 16:00 ~ 23:30 น.
(12:00 ~ 23:30 น.ในวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เว็บไซต์ : instagram.com/y_iroha

6. Akasaka Oden Asari (赤坂おでん あさり)

 

ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีอะคาสากะมิทสึเกะ (Akasaka Mitsuke Station) และสถานีอาคาซากะ (Akasaka Station) เดินเพียง 3 และ 4 นาทีเท่านั้น เมนูแนะนำก็คือ “อาซาริโอเด้ง” (Asari-Oden) เซ็ตรวมเครื่องโอเด้งที่ต้มในนำ้ซุปหอยอาซาริ เช่น หัวไชเท้า ไข่ และชิกูวะ นำ้ซุปมีรสชาติกลมกล่อมทานแล้วสดชื่น และยังช่วยชูรสชาติของเครื่องโอเด้งออกมาอีกด้วย ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานแถวนั้น เพราะเปิดจนถึงตี 3 ถ้าได้ทานโอเด้งร้อนๆหลังเลิกงาน ก็น่าจะมีแรงฮึดสู้ในวันต่อไป

ที่ตั้ง : 3-15-3 Akasaka, Minato-ku, Tokyo Shinobi Building 2 Floor
เวลาทำการ : 18: 00 ~ 03: 00 น.
วันหยุด : วันเสาร์วันอาทิตย์ วันก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เว็บไซต์ : akasakaodenasari.owst.jp

7. Sonotoori (そのとうり)

 

เป็นร้านโอเด้งลับๆ ที่ไม่เปิดเผยที่ตั้ง ซ่อนตัวอยู่ในย่านมูรายามะ (Murayama-cho) เขตชิบูย่า นำ้ซุปเคี่ยวจากสาหร่ายคอมบุและปลาแห้งคัตทสึโอะ โดยจะเสิร์ฟเป็นคอร์สและต้องจองล่วงหน้า ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 เยน (ประมาณ 870 บาท) เมนูแนะนำก็คือ “คาสุอุด้ง”(Kasu Udon) หรืออุด้งกระเพาะวัว เหมาะกับสาวๆ เป็นอย่างยิ่ง เพราะเมนูนี้อุดมไปด้วยคอลลาเจนค่ะ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มสูตรพิเศษของทางร้าน “ซันโซว โทะ คิโนะเมะ โนะ ซาว่า” (Sanshou to kinome no sawaa) เป็นเหล้าซาว่าที่ใส่ซันโชว (Sansho) หรือพริกไทยญี่ปุ่นแช่ในวอดก้า ถ้าใครอยากรู้ที่ตั้งของร้านโอเด้งลับๆ แบบนี้ สามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่ QR Code จากทวิตเตอร์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ      สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

ที่ตั้ง : Maruyama-cho, Shibuya, Tokyo (ไม่เปิดเผยที่อยู่)
เวลาทำการ : ตรวจสอบได้จากทวิตเตอร์ของร้าน
เว็บไซต์ : twitter.com/sonotouri_oden

เป็นอย่างไรบ้างคะ เริ่มอยากทานโอเด้งขึ้นมากันหรือยัง? โอเด้งเป็นอาหารที่อยู่กับคนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน แต่เดิมเป็นร้านรถเข็นขายตามข้างทาง จึงไม่แปลกที่จะมีการดัดแปลงเมนู หรือเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาเมนูอร่อยให้อยู่คู่สังคมสืบต่อไปนั่นเองค่ะ