Untitled

สถานที่เที่ยวลับๆ น้อยคนนักจะรู้จักในจังหวัดโคจิ

จังหวัดโคจิ ตั้งอยู่ในภูมิภาคชิโกกุที่รายล้อมด้วยทะเลและภูเขา ทำให้ที่นี่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ จังหวัดโคจิไม่เพียงแต่มีธรรมชาติที่สวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่งเกิดใหม่ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่มีความน่าสนใจอยู่มากมาย ในวันนี้ ANNGLE จึงขอพาเพื่อนๆ ไปเที่ยวแบบไม่ซ้ำใคร เราจะพาไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวลับๆ ในจังหวัดโคจิ ตามมากันเลยค่ะ!

1. Garden of Monet (モネの庭)

 

Garden of Monet หรือ สวนโมเนต์ จำลองมาจากสวน Giverny ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสวนที่โกลด มอเเน (Claude Monet) ปรมาจารย์จิตกรแนว Impressionism ชื่นชอบ บรรยากาศในสวนแห่งนี้ชวนให้นึกถึงผลงานชิ้นเอกของเขาที่ชื่อว่า Water Lily ว่ากันว่าการจัดแต่งสวนโมเนต์สะท้อนให้เห็นทิวทัศน์ที่โกลด มอเเนมองเห็นในช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่มีความสดใสและสงบสุข

สวนโมเนต์ไม่ได้มีแค่สวนดอกไม้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีคาเฟ่น่ารักๆ ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงอีเว้นต์ต่างๆ ตามเทศกาลอีกด้วย สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Homepage หรือ Instagram @garden_of_monet

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 887-32-1233
HP : www.kjmonet.jp

2. นิโคบุจิ (にこ淵)

 

นิโคบุจิ เป็นสถานที่ ที่ตั้งอยู่บน Niyodo Blue ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเรื่องน้ำสีฟ้าใส และบรรยากาศที่ลึกลับและน่าอัศจรรย์ มีตำนานเล่าขานกันว่านิโคบุจิเเห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีงูที่อวตารมาจากเทพเจ้าแห่งน้ำอาศัยอยู่ คนในท้องถิ่นจึงไม่นิยมเข้าไปเท่าไหร่นัก

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 88-893-1211 (สมาคมการท่องเที่ยวเมืองอิโนะ)
HP : niyodoblue.jp

3. สะพานชินกะ (沈下橋)

 

สะพานชินกะ หรือ สะพานจม ถูกตั้งชื่อตามลักษณะของสะพานที่จะจมลงเมื่อระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้น เนื่องจากสะพานแห่งนี้ไม่มีราวสะพาน การขับรถข้ามหรือเดินข้ามจึงค่อนข้างอันตรายและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนั้น สะพานแห่งนี้สร้างมาจากหิน ทำให้ดูกลมกลืนไปกับแม่น้ำและธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 88034-1111
HP : www.city.shimanto.lg.jp

4. หอนาฬิกาโนระ (野良時計)

 

หอนาฬิกาโนระ เป็นหอนาฬิกาที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองอากิ จังหวัดโคจิ ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1887 โดยฮาตาเกะนากะ เก็นมะ ในสมัยนั้นยังไม่มีนาฬิกาใช้กันอย่างแพร่หลายมากนัก บวกกับการที่เขาสนใจเกี่ยวกับนาฬิกาเป็นทุนเดิม ฮาาเกะนากะจึงได้ทำการประกอบหอนาฬิกานี้ขึ้นมา เพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ แม้ว่าจะทำนาทำไร่ในที่ห่างไกลก็สามารถมองเห็น และดูเวลาจากนาฬิกาโนระจากที่ไกลๆ ได้ หอนาฬิกาโนระแห่งนี้ จึงเป็นที่รักของชาวเมืองมาจนถึงปัจจุบัน

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 887351011
HP : www.akikanko.or.jp

 

Seaside Gallery มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า พิพิธภัณฑ์ไร้อาคาร เป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะที่จัดขึ้นบริเวณชายหาดจังหวัดโคจิ ท่านสามารถเพลิดเพลินกับงานศิลปะไปพร้อมๆ กับสัมผัสธรรมชาติริมทะเล ไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้าสีคราม เสียงคลื่น และสายลมเย็นๆ ได้

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 880434915
HP : www.sunabi.com

6. เกาะคาชิวา (柏島)

 

 

“เกาะคาชิวา” ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดโคจิ น้ำทะเลใส สีเขียวมรกตเป็นประกาย เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจ  ถึงแม้ว่าจะเป็นเกาะ แต่การเดินทางนั้นช่างสะดวกสบาย ท่านสามารถเลือกเดินทางโดยเรือหรือรถยนต์ โดยการข้ามสะพานได้ ท้องทะเลบริเวณเกาะคาชิวาแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของปลาและปะการังสวยงามกว่า 1,000 ชนิดและได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 880-73-1115
HP : www.town.otsuki.kochi.jp

7. ศาลเจ้าโอโตะนาชิ (鳴無神社)

 

สำหรับใครที่อยากขอพรในเรื่องความรัก เราขอแนะนำ “ศาลเจ้าโอโตะนาชิ” ว่ากันว่าเป็นศาลเจ้าที่เด่นดังในเรื่องความรักติดอันดับต้นๆ และเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เสาโทริอิที่หันหน้าออกสู่ทะเลเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวไม่พลาดที่จะมาเก็บภาพ นอกจากจะได้ภาพสวยๆ ยังได้รับพลังจากท้องทะเลอีกด้วย หากท่านมีโอกาสมาเยี่ยมชม อยากให้ลองเสี่ยงเซียมซี เพราะเซียมซีของที่นี่ละลายน้ำได้ เมื่ออ่านคำทำนายเสร็จ สามารถทิ้งกระดาษลงทะเลได้เลย มีความเชื่อกันว่าการทิ้งเซียมซีลงทะเลเป็นการฝากความปราถนาของเราไปกับท้องทะเลนั่นเอง

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 889-42-8591
HP : www.attaka.or.jp

8. Cafe Missy Sippy (カフェ ミシシッピ)

 

สถานที่สุดท้ายที่จะมาแนะนำคือ “Cafe Missy Sippy” คาเฟ่ที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ในธีมชนเผ่าอเมซอน ภายในร้านมีที่นั่งโซนใต้ดินบริการ ให้ความรู้สึกเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวาย นอกจากนี้ ที่นี่ยังพร้อมเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มจากหลากหลายเชื้อชาติให้ท่านได้มาลองชิม ไม่ว่าจะเป็น แกงกะหรี่ของอินเดีย หรือ ข้าวกะเพราของไทย เป็นต้น

ข้อมูลและที่ตั้ง
TEL : +81 880-73-1115
Facebook : cafemissysippy

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ 8 สถานที่ท่องเที่ยวลับๆ ที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักในจังหวัดโคจิ คงจะถูกใจเพื่อนๆ ที่เป็นสายอาร์ต สายรักธรรมชาติ และสายมูเตลูอย่างเเน่นอน และในแต่ละสถานที่ที่ได้นำมาแนะนำล้วนแล้วแต่มีความสวยงาม และมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ แต่คงจะฟินกว่านี้อีกหลายเท่าหากได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองใช่ไหมคะ?      สล็อตเว็บตรง

ใครไม่เด้ง..โอเด้ง! 7 ร้านโอเด้งแนวใหม่ในโตเกียว

ใครไม่เด้ง..โอเด้ง! 7 ร้านโอเด้งแนวใหม่ในโตเกียว

ทุกคนเคยทานโอเด้งกันมั้ยคะ? โอเด้งเป็นอาหารญี่ปุ่นประเภทต้ม โดยนำวัตถุดิบต่างๆ เช่น หัวไชเท้า ลูกชิ้น ไข่ หรือเต้าหู้ทอด ลงไปต้มในนำ้ซุปสไตล์ญี่ปุ่น นิยมทานตอนหน้าหนาว เพราะช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี ในบทความนี้จะขอแนะนำ 7 ร้านโอเด้งแนวใหม่ในโตเกียวค่ะ แนวใหม่ยังไงตามไปดูกันเลยค่ะ!

1. Oden & Wine Vinum (おでんとわいん びのむ)

 

ร้านโอเด้งสไตล์ฝรั่งเศสสุดหรูในย่านนิชิอาซาบุ (Nishi-Azabu) เป็นบ้านเก่าที่รีโนเวทใหม่ให้บรรยากาศสบายๆเหมือนทานอาหารที่บ้าน ได้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว เพราะมีที่นั่งเพียง 14 ที่เท่านั้น ทางร้านจะเสิร์ฟเป็นคอร์ส จานเด็ดที่อยากให้ชิมคือ “ฟัวกราส์หัวไชเท้า” ราดด้วยมิโสะที่เคี่ยวด้วยไวน์แดง “ไข่ต้มเกือบสุก” ท็อปปิ้งด้วยทรัฟเฟิล และ “ฟรุ้ตโทมาโท” มะเขือเทศต้มทั้งลูกเนื้อนวลเนียน ซุปที่ใช้เป็นนำ้ซุปกระดูกเป็ดที่เชฟเคี่ยวกว่า 6 ชั่วโมงทุกวัน นอกจากนี้ทางร้านยังมีไวน์ระดับโลกกว่า 200 ชนิดให้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย หัวไชเท้าและไข่ต้มที่ชุ่มไปด้วยนำ้ซุปกระดูกเป็ดเข้ากันได้ดีกับวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างทรัฟเฟิลและฟัวกราส์ ใครอยากทานโอเด้งพร้อมจิบไวน์ชั้นเลิศในบรรยากาศสบายๆ ต้องรีบจองแล้วนะคะ

ที่ตั้ง : 4-8-6 Nishi-Azabu, Minato-ku, Tokyo 106-0031
เวลาทำการ : 17:30 ~ 22:00 หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เว็บไซต์ : oden-vinum.com

2. Sanagi Shinjuku (サナギ新宿)

 

ร้านอยู่ในฟู้ดฮอลล์ที่อยู่ใต้ทางยกระดับโคชูไคโด (Koshu Kaido) เดินเพียง 1 นาทีจากทางออกตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Exit) สถานีชินจูกุ สร้างขึ้นเมื่อปี 2559 ตามแผนการพัฒนาของเขตชินจูกุ ภายในร้านตกแต่งด้วยสีสันสดใส มีที่นั่งประมาณ 200 ที่ ทั้งแบบโซฟา เค้าท์เตอร์บาร์ และมีโต๊ะโคทัตสึให้ได้นั่งทานอีกด้วย! เนื่องจากเป็นสไตล์ฟู้ดคอร์ด จึงมีอาหารหลากหลายให้ได้ลองทาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อาหารจีน หรืออาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คุ้นลิ้นเป็นอย่างดี เช่น ไก่ย่าง หรือสะเต๊ะ โอเด้งของร้านจะต้มในนำ้ซุปดาชิสไตล์ดั้งเดิม แต่ที่ต่างจากร้านทั่วๆ ไปก็คือ การได้นั่งทานในบรรยากาศแปลกใหม่ แม้ร้านจะมีคอนเซ็ปและการแตกแต่งที่แปลกใหม่ไม่ซำ้ใคร แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องรสชาตินะคะ เพราะอร่อยและใช้ของดีมีคุณภาพค่ะ ไม่เชื่อก็ต้องลองไปทานดูนะคะ

ที่ตั้ง : 3-35-6 Shinjuku, Shinjuku-ku, Tokyo
เวลาทำการ : 11: 00 ~ 23: 30 น.
เว็บไซต์ : sanagi.tokyo/

3. Toridashioden Samon (鶏だしおでん さもん)

 

ร้านอยู่ใต้ทางยกระดับนากะเมกุโระ (Nakamekuro) จุดเด่นอยู่ที่ “นำ้ซุปกระดูกไก่” ที่ใช้ไก่ไดเซน (Daizen Chicken) ไก่สายพันธุ์ดีจากจ.ทตโทริ ที่เคี่ยวจนได้รสชาติกลมกล่อม เมนูแนะนำก็เช่น “หัวไชเท้าต้ม” เมนูคลาสิกที่ชุ่มไปด้วยนำ้ซุปหอมหวาน, “โทคุเซน นิวะโทริ คุชิ โอเด้ง (Tokusen Niwatori Kushi Oden)” เป็นเซ็ตรวมเนื้อไก่ส่วนต่างๆ เช่น อก น่อง มาเสียบไม้ต้ม หรือ “ไข่ต้มเกือบสุก” ที่ใช้ไข่ไก่นาโกย่าโคจิน (Nagoya Kouchin) ชั้นเยี่ยม ที่ร้านไม่รับจองแต่ไม่กังวลนะคะ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่นั่งแช่ค่ะ ทานเสร็จก็ลุกเลยมีที่นั่งตลอด หรือจะซื้อแบบเทคเอ้าท์ก็ได้เหมือนกันค่ะ

ที่ตั้ง : 3 Chome-5-31 Kamimeguro, Meguro City, Tokyo 153-0051, Japan
เวลาทำการ : ทุกวัน 16: 00 ~ 03: 00 น.
เว็บไซต์ : nomura-honten.co.jp/gaisyoku

4. Veggie kushi sosaku oden Nurukan Sato (ベジ串 創作おでん ぬる燗佐藤)

 

ร้านอยู่ในอาคารชิบูย่าฮิคาริเอะ (Shibuya Hikarie) ทุกคนสามารถทานโอเด้งและเวจจี้คูชิ (หมูและผักเสียบไม้ย่าง) แกล้มสาเกจาก 47 จังหวัดทั่วญี่ปุ่นได้ โอเด้งของที่ร้านจะมี 2 แบบ สำหรับคนที่อยากทานรสชาติกลมกล่อมแนะนำซุป “เอโดะมาเอะ สุมิดาชิ (Edomae sumi dashi)” แต่ถ้าอยากทานรสชาติเข้มข้นแนะนำซุปแบบ “เดมิมิโซะดาชิ (Demi miso dashi)” เมนูแนะนำก็คือ กะหลํ่าปียัดไส้ที่ต้มในนำ้ซุปรสเข้ม สำหรับใครที่อยากดื่มสาเกญี่ปุ่มแกล้มโอเด้งแต่เลือกไม่ถูก สามารถปรึกษาพนักงานได้นะคะ สาเกมีให้เลือกกว่า 11 ชนิด ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น ราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 300 เยน (ประมาณ 87 บาท) เท่านั้นค่ะ

ที่ตั้ง : Japan, 〒150-0002 Tokyo, Shibuya City, Shibuya, 2 Chome−21−1, Hikarie, 7F
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:00 ~ 20:00
เว็บไซต์ : nurukan-sato.com

5. Gyutan Iroha Bettei (牛タンいろ葉 別邸)

 

ตั้งอยู่ในโฮะโบะ ชินจุกุ โนะเร็งไก (Hobo Shinjuku Norengai) แหล่งรวมอิซากายะร้านเด็ด 7 ที่ เป็นร้านที่รีโนเวทจากบ้านเก่า ทำให้ได้อารมณ์เหมือนไปทานข้าวบ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่นเลยค่ะ การเดินทางก็ง่ายมากๆ เดินเพียง 1 นาทีจากสถานีโยโยหงิ (Yoyogi Station) ก็ถึงแล้ว เมนูแนะนำคือ ลิ้นวัวชิ้นใหญ่ (Gyutan) และโอเด้งที่ต้มในนำ้ซุปหางวัว ถึงนำ้ซุปจะใสแต่รสชาติไม่ใสนะคะ เข้มข้นกลมกล่อมมาก แนะนำให้เลือกเครื่องโอเด้งที่ดูดซึมนำ้ซุปได้ดี อย่างไข่ ชิกูวะหรือเต้าหู้นะคะ จะได้ชิมรสชาตินำ้ซุปแบบเต็มๆ โอเด้งของที่นี่มีตลอดทั้งปี แม้จะเป็นหน้าร้อนก็สามารถมาทานได้ ลูกค้าก็มีหลายช่วงวัย สำหรับสาวๆ ที่อยากมาทานคนเดียวก็ไม่กังวลนะคะ ถึงจะเป็นอิซากายะแต่มีบรรยากาศสบายๆ ค่ะ

 

ที่ตั้ง : Japan, 〒151-0051 Tokyo, Shibuya City, Sendagaya, 5 Chome−20−10 Hobo Shinjuku Norengai
เวลาทำการ : 16:00 ~ 23:30 น.
(12:00 ~ 23:30 น.ในวันเสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
เว็บไซต์ : instagram.com/y_iroha

6. Akasaka Oden Asari (赤坂おでん あさり)

 

ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีอะคาสากะมิทสึเกะ (Akasaka Mitsuke Station) และสถานีอาคาซากะ (Akasaka Station) เดินเพียง 3 และ 4 นาทีเท่านั้น เมนูแนะนำก็คือ “อาซาริโอเด้ง” (Asari-Oden) เซ็ตรวมเครื่องโอเด้งที่ต้มในนำ้ซุปหอยอาซาริ เช่น หัวไชเท้า ไข่ และชิกูวะ นำ้ซุปมีรสชาติกลมกล่อมทานแล้วสดชื่น และยังช่วยชูรสชาติของเครื่องโอเด้งออกมาอีกด้วย ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานบริษัทที่ทำงานแถวนั้น เพราะเปิดจนถึงตี 3 ถ้าได้ทานโอเด้งร้อนๆหลังเลิกงาน ก็น่าจะมีแรงฮึดสู้ในวันต่อไป

ที่ตั้ง : 3-15-3 Akasaka, Minato-ku, Tokyo Shinobi Building 2 Floor
เวลาทำการ : 18: 00 ~ 03: 00 น.
วันหยุด : วันเสาร์วันอาทิตย์ วันก่อนวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เว็บไซต์ : akasakaodenasari.owst.jp

7. Sonotoori (そのとうり)

 

เป็นร้านโอเด้งลับๆ ที่ไม่เปิดเผยที่ตั้ง ซ่อนตัวอยู่ในย่านมูรายามะ (Murayama-cho) เขตชิบูย่า นำ้ซุปเคี่ยวจากสาหร่ายคอมบุและปลาแห้งคัตทสึโอะ โดยจะเสิร์ฟเป็นคอร์สและต้องจองล่วงหน้า ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 เยน (ประมาณ 870 บาท) เมนูแนะนำก็คือ “คาสุอุด้ง”(Kasu Udon) หรืออุด้งกระเพาะวัว เหมาะกับสาวๆ เป็นอย่างยิ่ง เพราะเมนูนี้อุดมไปด้วยคอลลาเจนค่ะ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มสูตรพิเศษของทางร้าน “ซันโซว โทะ คิโนะเมะ โนะ ซาว่า” (Sanshou to kinome no sawaa) เป็นเหล้าซาว่าที่ใส่ซันโชว (Sansho) หรือพริกไทยญี่ปุ่นแช่ในวอดก้า ถ้าใครอยากรู้ที่ตั้งของร้านโอเด้งลับๆ แบบนี้ สามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่ QR Code จากทวิตเตอร์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ      สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

ที่ตั้ง : Maruyama-cho, Shibuya, Tokyo (ไม่เปิดเผยที่อยู่)
เวลาทำการ : ตรวจสอบได้จากทวิตเตอร์ของร้าน
เว็บไซต์ : twitter.com/sonotouri_oden

เป็นอย่างไรบ้างคะ เริ่มอยากทานโอเด้งขึ้นมากันหรือยัง? โอเด้งเป็นอาหารที่อยู่กับคนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน แต่เดิมเป็นร้านรถเข็นขายตามข้างทาง จึงไม่แปลกที่จะมีการดัดแปลงเมนู หรือเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาเมนูอร่อยให้อยู่คู่สังคมสืบต่อไปนั่นเองค่ะ

สักวันฉันจะต้องไปญี่ปุ่น! สถานที่วิวสวยในญี่ปุ่นแบบ UNSEEN JAPAN แห่งภูมิภาคชูโกกุ

สักวันฉันจะต้องไปญี่ปุ่น! สถานที่วิวสวยในญี่ปุ่นแบบ UNSEEN JAPAN แห่งภูมิภาคชูโกกุ

ตอนนี้สำหรับคนไทยการไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นเรื่องยากมากกับภาวะโควิด คนญี่ปุ่นเองก็ไปเที่ยวเมืองนอกได้ยากเหมือนกัน ฉะนั้นจึงต้องส่งเสริมการเที่ยวในประเทศกัน คราวนี้จะมาพูดถึงที่เที่ยวที่วิวสวยในภูมิภาคชูโกกุ แบบที่เรียกว่า UNSEEN กันดังนี้

จังหวัดทตโตริ

 

อุทยานซากปราสาทชิคาโนะ (鹿野城跡公園) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองชิคาโนะ (鹿野町) เป็นซากที่หลงเหลืออยู่ของปราสาทที่สร้างขึ้นในยุคเซ็นโกกุ จุดเด่นคือมีต้นซากุระพันธุ์ “โซเมอิโยชิโนะ” ถึง 500 ต้นบานสะพรั่งริมคูเมือง ในคืนที่มีแสงไฟ พื้นผิวน้ำจะสะท้อนภาพดอกซากุระในยามค่ำคืน

 

ชมรายละเอียดได้ที่นี่ tottori-guide.jp

จังหวัดชิมาเนะ

 

ดอก wild radish บนเขาอากะฮาเงะ (赤ハゲ山 เขาหัวโล้นแดง) เขาอากะฮาเงะตั้งอยู่ที่หมู่บ้านจิบุ (知夫村) บนเกาะจิบุริ (知夫里島) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 4 เกาะที่มีคนอาศัยอยู่ของหมู่เกาะโอกิ (隠岐諸島) เป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่สามารถชมทิวทัศน์อันงดงามของทะเลญี่ปุ่น เกาะแก่งต่างๆ ในหมู่เกาะโอกิจนถึงอ่าวคัลเดระ

ในฤดูใบไม้ผลิดอก wild radish สีม่วงจางๆ สวยบานสะพรั่งราวกับพรมบนทุ่งหญ้าที่ความสูง 325 เมตรท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเล ทุ่งหญ้าเขียวขจี เป็นวิวพาโนรามา 360 องศาที่งดงาม

ชมรายละเอียดได้ที่นี่ kankou-shimane.com

จังหวัดโอคายามะ

 

วัดบิชูโคคุบุนจิ (備中国分寺) มีเจดีย์ห้าชั้นแห่งเดียวในจังหวัด วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ ในเขตคิบิจิ (吉備路) ศูนย์กลางของแคว้นคิบิ (吉備国) แคว้นโบราณซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีอำนาจทัดเทียมกับราชวงศ์ยามาโตะ

นอกจากนี้ตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนถึงกลางเดือนเมษายน ดอกท้อสีชมพูเข้มจะบานพร้อมกันในทุ่งดอกท้อ หากจะชมทิวทัศน์ตามแบบฉบับของญี่ปุ่น ต้องที่อำเภอโซจะ (総社市)

 

ชมรายละเอียดได้ที่นี่ okayama-kanko.jp

จังหวัดฮิโรชิมะ

 

 

ชมดอกไม้ที่เมืองเซระ (世羅町) เมืองที่มีสวนดอกไม้สำหรับนักท่องเที่ยวถึง 8 แห่ง ได้แก่ Sera Kogen Farm, Hana no eki Sera (Sera Yurien), Flower Village Kamu no Sato, La Sky Farm, Sera Kozan Fureai no Sato, Flower Park Serafujien, Kayama Lavender no Oka, Sora no Hanabata Sera Kogen Hana no Mori ทุกที่เปิดให้เข้าชมในฤดูใบไม้ผลิ โดยมีดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่งในสวน ดอกซากุระ ดอกทิวลิป ชิบะซากุระ ดอกเนโมฟีลา ดอกป๊อปปี้ กุหลาบอังกฤษ ฯลฯ ให้ได้ถ่ายรูปกัน

ชมรายละเอียดได้ที่นี่ hiroshima-navi.or.jp

จังหวัดยามากุจิ

 

“ดะเคะซัน” แห่ง สุโอะโอชิมะ (周防大島の嵩山) ภูเขาสูง 600 เมตรที่มีทิวทัศน์อันงามบนเกาะสุโอะโอชิมะ ที่จุดออกตัวสำหรับเล่นพาราไกลเดอร์ “TAKE OFF” สามารถดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามของท้องฟ้า ทะเลและเกาะได้  สล็อตเว็บตรง

ครั้งหนึ่งในชีวิต! แพลนตะลุยเที่ยวโทโฮคุแบบครบรสทั้ง 6 จังหวัดใน 5 วัน

ครั้งหนึ่งในชีวิต! แพลนตะลุยเที่ยวโทโฮคุแบบครบรสทั้ง 6 จังหวัดใน 5 วัน ครั้งหนึ่งในชีวิต! แพลนตะลุยเที่ยวโทโฮคุแบบครบรสทั้ง 6 จังหวัดใน 5 วัน

นั่งเครื่องบินไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีก็อยากเที่ยวให้คุ้มที่สุด ซึ่งนิยามคำว่า “คุ้มที่สุด” ของแต่ละคนก็ต่างกันออกไป บ้างก็เป็นการชิมของอร่อยให้หลากหลาย บ้างก็เป็นการเที่ยวชมวิวและสถานที่สวยๆ และบ้างก็เป็นการตระเวนเที่ยวจังหวัดในญี่ปุ่นให้ได้มากที่สุด แต่จะดีแค่ไหน? ถ้าเราจัดทริปเที่ยวญี่ปุ่นที่ครบทุกความคุ้มที่สุดไว้ได้ในทริปเดียว!

แพลนตะลุยเที่ยวโทโฮคุแบบครบรสทั้ง 6 จังหวัดใน 5 วัน

 

Tohoku 5 Day Trip Route All

ในบทความนี้เราจะขอแนะนำแพลนทริปเที่ยวภูมิภาคโทโฮคุ (東北地方, Tohoku) ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นที่ประกอบด้วย 6 จังหวัดได้แก่อาโอโมริ อาคิตะ อิวาเตะ ยามากาตะ ฟุกุชิมะ และมิยางิ ซึ่งแต่ละจังหวัดล้วนเต็มไปด้วยทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงาม วัฒนธรรมที่เปี่ยมมนต์ขลัง ของอร่อยท้องถิ่นเลิศรส และเสน่ห์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลจนสามารถเที่ยวได้ทั้งปีไม่มีเบื่อ

Tohoku Map

แพลนทริปนี้จะเป็นแพลนทริปที่สามารถเที่ยวโทโฮคุได้สนุกเต็มที่อย่างไม่เกี่ยงฤดูกาล โดยมีตัวช่วยพิเศษคือตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) ตั๋วพาสของ JR East ที่สามารถใช้นั่งรถไฟรอบโทโฮคุได้อย่างไม่จำกัดภายในเวลา 5 วันติดกัน ทั้งยังสามารถใช้จองที่นั่งและขึ้นรถไฟธีมพิเศษ Joyful Train ได้ฟรีอีกด้วย!

ทั้งนี้ ทริปนี้เป็นทริปแนวผจญภัยที่เราจะเที่ยวรอบ 6 จังหวัดของโทโฮคุใน 5 วันและจะมีการเช็คอินและเช็คเอ้าท์โรงแรมในทุกวัน ดังนั้นเราขอแนะนำให้เพื่อนๆ แพ๊คกระเป๋าให้คล่องตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้สามารถสนุกกับทริปนี้ได้อย่างเต็มที่

ทริปนี้เหมาะกับใคร?

ทริปนี้เหมาะกับคนที่อยากจัดทริปนั่งรถไฟเที่ยวญี่ปุ่นแทนการเช่ารถขับ และเหมาะสำหรับคนที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบเก็บไฮไลท์และจังหวัดในญี่ปุ่นให้ได้มากที่สุดในเวลาและงบที่จำกัด

ทั้งนี้ ทริปนี้เหมาะกับการเที่ยวเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่มีความคล่องตัว และอาจไม่เหมาะกับการเดินทางในกลุ่มที่มีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ

ถ้าพร้อมแล้ว มาดูแพลนทริปเที่ยวโทโฮคุแบบสนุกคุ้มสุดๆ ตลอด 5 วันกันเลยค่ะ!  สล็อตเว็บตรง

วันที่ 1 ท่องเมืองซามูไรไอสึวากามัตสึ

Tohoku 5 Day Day1 Fin

เราตั้งต้นทริปกันที่สถานี Tokyo ซึ่งเป็นสถานีที่เชื่อมกับภูมิภาคโทโฮคุ ภูมิภาคที่เต็มไปด้วยความสนุกหลากหลายที่เราจะไปลุยกันในทริป 5 วันนี้

1 Tokyo-Aizu-Wakamatsu 2

สำหรับวันที่ 1 นี้ หลังออกจากโตเกียวเราจะตรงไปยังไอสึวากามัตสึ (会津若松, Aizu-Wakamatsu)​ เมืองแห่งหนึ่งในจังหวัดฟุกุชิมะที่มีชื่อเสียงในฐานะเมืองแห่งตำนานหนึ่งในกลุ่มซามูไรกลุ่มสุดท้ายของญี่ปุ่น โดยนอกจากซามูไรและปราสาทญี่ปุ่นที่ถูกใจสายวัฒนธรรมแล้ว ที่นี่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามน่าเดินและของอร่อยที่ถูกใจสายชิมแน่นอน!

Day 1 Aizu-Wakamatsu 3

เกี่ยวกับการเดินทางในเมืองไอสึวากามัตสึ

 

ในการเที่ยวรอบมืองไอสึวากามัตสึนี้ เพื่อนๆ สามารถใช้บริการรถบัสรอบเมือง Haikara-san (ハイカラさんรถบัสสีฟ้าและ Akabe (あかべぇรถบัสสีแดงได้เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้นในการเที่ยว โดยมีทั้งราคาตั๋วรถบัสปกติ (ผู้ใหญ่ 210 เยนเด็ก 110 เยน) ​และตั๋วเหมาวัน (ผู้ใหญ่ 600 เยนเด็ก 300 เยนให้เลือกซื้อกันได้ตามความสะดวก

SPOT 1: Tsuruga-jo Kaikan

 

เมื่อมาถึงสถานี Aizu-Wakamatsu จะเป็นเวลาช่วงมื้อกลางวันพอดี ดังนั้นก่อนจะลุยเดินเที่ยวเมือง เรามาเติมพลังกันด้วยมื้อกลางวันที่ Tsuruga-jo Kaikan (鶴ヶ城会館) ศูนย์ร้านอาหารและสินค้าเล็กๆ ข้างปราสาทสึรุกะที่เป็นจุดท่องเที่ยวแรกของเรากัน

Tsuruga-jo Kaikan นี้ตั้งอยู่ที่ทางเข้าทิศเหนือของปราสาทสึรุกะ โดยต้องนั่งรถบัส Haikara-san จากสถานีรถไฟมาลงที่ป้าย Tsurugajo Kitaguchi (鶴ヶ城北口) สำหรับเมนูที่แนะนำคือ คัตสึด้งราดซอส ที่เป็นของอร่อยประจำเมือง แต่ถ้าหากชอบเมนูเส้น ที่นี่ก็มี คิตาคาตะราเมง (喜多方ラーメン, Kitakata Ramenราเมงซอสโชยุที่ติดอันดับราเมงยอดนิยมของญี่ปุ่นและมีต้นกำเนิดในจังหวัดฟุกุชิมะแห่งนี้ 

akabeko

หลังมื้ออาหารกลางวัน ถ้ามีเวลา เพื่อนๆ สามารถสนุกกับกิจกรรมระบายสีตุ๊กตาวัวแดง “อะกะเบโกะ (赤べこ, Akabeko)” ของเล่นเก่าแก่ท้องถิ่นและเครื่องรางประจำจังหวัดฟุกุชิมะนี้ได้ด้วย โดยจะมีมุมกิจกรรมระบายสีใน Tsuruga-jo Kaikan ให้ไปร่วมสนุกกันได้ระหว่างรออาหารย่อย

Tsuruga-jo Kaikan (鶴ヶ城会館)

ที่อยู่: 4-47 Otemachi, Aizuwakamatsu, Fukushima 965-0873, Japan

เวลาทำการ: 10.00 – 16.00 น.

วันหยุด: ไม่มี

Website: tsurukan.com

เมื่อชาร์จพลังกันแล้ว ก็ไปกันที่ปราสาทสึรุกะ จุดหมายปลายทางแรกของเรากันเลย!

SPOT 2: ปราสาทสึรุกะ สัญลักษณ์แห่งไอสึวากามัตสึ

tsuruga castle
ในฤดูใบไม้ผลิ พื้นที่รอบปราสาทจะเต็มไปด้วยดอกซากุระมากมาย

จุดท่องเที่ยวแรกของวันนี้คือปราสาทสึรุกะ (鶴ヶ城, Tsuruga Castle) ปราสาทอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไอสึวากามัตสึแห่งนี้ และเป็นปราสาทแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่สร้างด้วยกระเบื้องหลังคาสีแดง

ปราสาทสึรุกะถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1384 และมีชื่อเสียงในฐานะป้อมปราการที่แข็งแกร่งซึ่งสามารถทนการปิดล้อมนานนับเดือนในสงครามโบชินปีค.ศ. 1868 แม้จะผ่านความเสียหายและการซ่อมแซมมาหลายครั้ง ปัจจุบันปราสาทสึรุกะได้ถูกบูรณะให้กลับมาสวยงามดังเดิม ทั้งยังเปิดเป็นพื้นที่พิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปได้ขึ้นไปชมวิวพาโนรามาของเมืองไอสึวากามัตสึได้จากชั้นบนสุดของปราสาท

นอกจากนี้ ปราสาทสึรุกะยังเป็นสถานที่จัดอีเว้นท์ยอดนิยมประจำฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลซากุระในฤดูใบไม้ผลิ เทศกาลชมใบไม้แดงในฤดูใบไม้ร่วง และเทศกาลประดับเทียนในฤดูหนาว

ปราสาทสึรุกะ (鶴ヶ城, Tsuruga Castle)

ที่อยู่: 1-1 Otemachi, Aizuwakamatsu, Fukushima 965-0873, Japan

เวลาทำการ: หอปราสาทเปิดให้เข้าได้ 8.30 – 17.00 น. (Last Entry 16.30) และในช่วงกลางคืนสามารถชม Light-up ปราสาทได้

วันหยุด: ไม่มี

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 410 เยน,​ เด็ก 150 เยน, ค่าเข้าปราสาทที่รวมค่าเข้าห้องน้ำชารินคาคุ 520 เยน

SPOT 3: ห้องน้ำชารินคาคุ

rinkaku tea house
บรรยากาศที่นั่งจิบชาภายในสวน

ห้องน้ำชารินคาคุ (茶室麟閣, Rinkaku Teahouse) เป็นห้องน้ำชาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของปราสาทสึรุกะและถูกสร้างขึ้นโดยไดเมียวผู้ครองแคว้นไอสึชื่อกาโม อุจิซาโตะ (蒲生 氏郷, Gamou Ujisato) เพื่อเป็นเกียรติแก่เซ็น โชอัน (千少庵, Sen Shouan) อาจารย์พิธีชงชาและบุตรชายของเซ็น โนะ ริคิว (千利休, Sen no Rikyuu) อาจารย์พิธีชงชาคนสำคัญของญี่ปุ่นและอาจารย์พิธีชงชาของไดเมียวกาโม อุจิซาโตะเช่นกัน นอกจากเพื่อเป็นเกียรติแก่เซ็น โชอันแล้ว ห้องน้ำชารินคาคุยังถูกสร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่ความนิยมในพิธีชงชาอีกด้วย

ที่ห้องน้ำชารินคาคุนี้ เพื่อนๆ สามารถเพลิดเพลินไปกับชาเขียวและขนมญี่ปุ่น พร้อมๆกับชมวิวสวนญี่ปุ่นสวยๆ เป็นบรรยากาศที่สุนทรีย์สมกับที่ห้องน้ำชานี้สร้างมาเพื่ออุทิศแก่อาจารย์พิธีชงชาอย่างแท้จริง

ห้องน้ำชารินคาคุ (茶室麟閣, Rinkaku Teahouse)

ที่อยู่: 1-1 Otemachi, Aizuwakamatsu, Fukushima 965-0873, Japan

เวลาทำการ: 8.30 – 17.00 น. (Last Entry 16.30)

วันหยุด: ไม่มี

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 210 เยน (สามารถซื้อตั๋วที่รวมค่าเข้าปราสาทและค่าเข้าห้องน้ำชารินคาคุได้ที่ราคา 520 เยน),

นักเรียนประถมและมัธยมต้นเข้าฟรี

ดื่มชาที่เสิร์ฟพร้อมชุดขนมญี่ปุ่น 600 เยน

Website: www.tsurugajo.com (ภาษาอังกฤษ)

SPOT 4: ถนนนานุกะมาจิ

Nanuka Machi Doori

ถนนนานุกะมาจิ (七日町通り, Nanoka-machi Street) เป็นถนนที่ตั้งอยู่ทางเหนือของปราสาทสึรุกะ และเป็นถนนที่เรียงรายไปด้วยอาคารสมัยต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งให้บรรยากาศย้อนยุคแบบ Retro สุดๆ นอกจากเราจะได้ช้อปของที่ระลึกในบรรยากาศย้อนยุคแล้ว ถนนเส้นนี้ยังเหมาะกับการเดินเล่นสบายๆ พร้อมชมความสวยงามของเมืองแบบย้อนยุคที่ดูได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ และระหว่างเดินไปพลางเรายังสามารถชิมของอร่อยเช่นขนมหวานญี่ปุ่นที่ร้านค้าหรือค่าเฟ่เก๋ๆ ที่ต่างก็เตรียมเมนูเด็ดมาเสิร์ฟให้ผู้ที่ผ่านไปมาได้ชิมอีกด้วย

ร้านที่ขอแนะนำบนถนนนานุกะมาจินี้ เช่น ร้าน Momen Ito (もめん絲ร้านคราฟท์ที่ผลิตและจำหน่ายสารพัดของใช้น่ารักๆ ทำจากผ้าซึ่งคนรักงานฝีมือควรแวะเยี่ยมชมเป็นอย่างยิ่ง

 

และสำหรับคนที่มองหาร้านคาเฟ่นั่งพัก อร่อยกับขนม ก็สามารถแวะที่ร้านนากะโดยะ  (長門屋, Nagatoya) ร้านคาเฟ่ขนมญี่ปุ่นอายุกว่า 160 ปีที่ สามารถนั่งชิวและอร่อยกับขนมญี่ปุ่นโฮมเมดได้หรือจะแค่แวะซื้อขนมของฝากก็ได้

 

แต่ถ้าหากอยากได้จุดที่ทั้งสามารถนั่งคาเฟ่ได้และช้อปของฝากได้ครบจบที่เดียว เพื่อนๆ สามารถไปที่คาเฟ่สถานีนานุกะมาจิ (駅カフェ, Eki Cafe) ที่มีทั้งโซนคาเฟ่และโซนขายของฝากที่เปิดให้บริการในบรรยากาศอาคารยุโรปย้อนยุคที่นั่งนานๆ ได้ไม่มีเบื่อเลย

 

ถนนนานุกะมาจิ (七日町通り, Nanoka-machi Street)

ที่อยู่: 2 Nanokamachi, Aizuwakamatsu, Fukushima 965-0044, Japan

เวลาทำการ: 8.30 – 17.00 น.

วันหยุด: ไม่มี

Website: nanuka-machi.jp

เมื่อเที่ยวรอบเมืองไอสึวากามัตสึแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางออกจากเมืองในจังหวัดฟุกุชิมะนี้เพื่อไปยังเมืองโมริโอกะ จังหวัดอิวาเตะ จุดหมายการเดินทางต่อไปและจุดท่องเที่ยวในวันที่ 2 ของเรากัน

2 Aizu-Wakamatsu-Morioka 2

คืนนี้ค้างที่นี่: สถานี JR Morioka

สำหรับคืนแรกเราจะค้างกันที่โรงแรมใกล้ๆ สถานี JR Morioka ในจังหวัดอิวาเตะที่มีความครึกครื้นแม้ในยามค่ำคืน โดยเพื่อนๆ สามารถชิมของอร่อยขึ้นชื่อประจำถิ่นเช่นวังโกะโซบะ เรเมน และจาจาเมนที่เป็นเมนูเส้นสุดอร่อยได้ สำหรับโรงแรมนั้น หนึ่งในโรงแรมที่ขอแนะนำคือ Hotel Metropolitan Morioka โรงแรมติดกับสถานี JR Morioka ที่มีบริการสะดวกครบครันเหมาะกับการพักชาร์จแรงจากการเดินทางวันแรกเป็นอย่างยิ่ง ราคาต่อคืนสำหรับห้องเดี่ยวอยู่ที่ประมาณ 13,000 เยน (3,900 บาท)

วันที่ 2 ปั่นจักรยานเที่ยวรอบเมืองโมริโอกะ

Tohoku 5 Day Day2 Fin

วันที่ 2 นี้เราจะมาปั่นจักรยานเที่ยวรอบเมืองโมริโอกะเมืองหลักแห่งจังหวัดอิวาเตะที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกัน โดยเส้นทางจะเป็นเส้นทางปั่นจักรยานในเมืองแบบชิวๆ ที่ไม่ได้สมบุกสมบันอะไร เพราะงั้นแต่งตัวสวยๆหล่อๆ แล้วออกเดินทางกันได้เลย

Day 2 Morioka 2

ก่อนอื่นเราต้องไปเช่าจักรยานที่ Hello Cycling (ハローサイクリング チャリオ) ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสถานี Morioka กันก่อนนะ

Hello Cycling เป็นหนึ่งในบริการ Share Cycle ที่ให้เราเช่าจักรยานเพื่อการเดินทางในเมืองที่สะดวกยิ่งขึ้น โดยขั้นตอนในการเช่านั้นสามารถทำได้ง่ายๆ เพียง

1.สร้าง Account ในเว็บไซค์หรือเแอปพลิเคชั่น (แอปพลิเคชั่น Hello Cycling นี้มีการล็อคโซน สามารถโหลดได้เมื่ออยู่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น)

2.ค้นหาสถานีจักรยานที่ต้องการและจองการเช่าจักรยานล่วงหน้า สำหรับทริปนี้จะเป็นสถานี Morioka-ekimae Chika Chuurinjo (盛岡駅前地下駐輪場) สามารถชำระเงินด้วยบัตรเครดิตได้

3.หลังจากเลือกจักรยานที่ต้องการเช่าและกดจองชำระเงินเรียบร้อย ให้ไปยังสถานีจักรยานที่จองจักรยานไว้ภายใน 30 นาที ในช่วงระหว่างนั้นจะมีอีเมล์ยืนยันการเช่าจักรยานมายังอีเมล์ที่เราลงทะเบียน Account ไว้

4.เช็คหมายเลขจักรยานและหาจักรยานคันที่จองไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเจอแล้วให้กรอกรหัส 4 หลักที่ได้ในเมล์ในแผงที่หัวจักรยานเพื่อปลดล็อคจักรยาน แล้วก็เริ่มเที่ยวโมริโอกะได้เลยส่วนในขั้นตอนการคืนนั้นก็ง่ายๆ เพียงจอดจักรยานไว้ที่เดิมแล้วกดปุ่ม RETURN ที่แผงเป็นอันเรียบร้อย

SPOT 5: สวนปราสาทโมริโอกะ

morioka castle

สวนปราสาทโมริโอกะ (盛岡城跡公園, Morioka Castle Site Park) เป็นสวนที่ครอบคลุมพื้นที่เดิมของปราสาทโมริโอกะที่ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1611 และปัจจุบันตั้งอยู่ใจกลางเมืองโมริโอกะ เพื่อนๆ ที่ไปถึงอาจจะแปลกใจว่าทำไมที่นี่ถึงไม่มีอาคารปราสาทให้เห็นอย่างปราสาทโอซาก้าหรือปราสาทนาโกย่า ทั้งนี้เพราะตัวอาคารที่สร้างเสร็จนั้นถูกไฟไหม้ไปในปีค.ศ. 1634 ซึ่งเป็นเวลาเพียงปีเดียวเท่านั้นหลังจากที่อาคารสามชั้นของปราสาทถูกสร้างเสร็จ และหลังจากนั้นตัวปราสาทก็ไม่ได้ถูกบูรณะขึ้นอีกเลย จึงเหลือเพียงกำแพงหินที่เป็นฐานของปราสาทอย่างที่เห็นในปัจจุบันเท่านั้น ถึงอย่างนั้น สวนปราสาทโมริโอกะนับเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่ถูกจัดให้มีความสวยงามร่มรี่น ทั้งยังเป็นจุดชมดอกซากุระยอดนิยมแห่งจังหวัดอิวาเตะอีกด้วย

สวนปราสาทโมริโอกะ (盛岡城跡公園, Morioka Castle Site Park)

ที่อยู่: 1-1-37 Uchimaru, Morioka, Iwate 020-0023, Japan

เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง

วันหยุด: ไม่มี

Website: moriokashiroato.jp

SPOT 6: Bank of Iwate Red Brick Building

Morioka akarenga

Bank of Iwate Red Brick Building (岩手銀行旧中ノ橋支店) เป็นอาคารที่เคยเป็นที่ตั้งของธนาคารอิวาเตะและเป็นอาคารที่มีมาตั้งแต่ยุคเมจิ ดังนั้นเราจะได้เห็นความสวยงามของอาคารตะวันตกในญี่ปุ่นสมัยเมจิ ด้วยความเป็นมาและความสวยงามนี้ Bank of Iwate Red Brick Building จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นและกลายเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างในปัจจุบัน

อาคารภายในจะถูกแบ่งออกเป็นโซนธนาคารอิวาเตะที่สามารถเข้าได้ฟรีและสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของท้องถิ่นนี้ได้ และอีกโซนหนึ่งคือโซนธนาคารโมริโอกะที่เราสามารถเข้าชมห้องรับรอง ห้องประชุม และห้องสำคัญอื่นๆ ของธนาคารที่ยังคงถูกเก็บรักษาให้อยู่ในสภาพเดิมเหมือนในครั้งที่ธนาคารแห่งนี้ยังเปิดให้บริการอยู่

Bank of Iwate Red Brick Building (岩手銀行旧中ノ橋支店)

ที่อยู่: 1 Chome-2-16 Nakanohashidori, Morioka, Iwate 020-0871, Japan

เวลาทำการ: 10.00 – 17.00 น.

วันหยุด: เสาร์ – อาทิตย์

ค่าเข้า: บุคคลทั่วไป (อายุ 16 ปีขึ้นไป) 300 เยน,​ นักเรียนประถม / มัธยมต้น 100 เยน , เด็กเล็กเข้าฟรี

Website: iwagin-akarengakan.jp

SPOT 7: ร้านเซมเบ้ชิราซาวะ

senbei
เซมเบ้งา ของอร่อยประจำท้องถิ่น

ร้านเซมเบ้ชิราซาวะ (老舗白沢せんべい店, Shirasawa Senbei Shop) เป็นร้านจำหน่ายนันบุเซมเบ้ (南部せんべい) ซึ่งเป็นหนึ่งในของขึ้นชื่อประจำเมืองโมริโอกะ ด้วยอดีตที่พื้นที่แห่งนี้เจอกับภาวะอดอยากอยู่บ่อยครั้ง เซมเบ้ที่เป็นอาหารแห้งซึ่งเก็บได้นานจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของคนท้องถิ่นโดยแต่ละบ้านจะทำเซมเบ้เก็บไว้กินกันเองในครัวเรือน

ร้านเซมเบ้ชิราซาวะเปิดขายเซมเบ้ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. ​1936 โดยจำหน่ายทั้งเซมเบ้ดั้งเดิมของโมริโอกะเช่นเซมเบ้งาและอีกมากมายที่ใช้แป้งท้องถิ่นของจังหวัดอิวาเตะเป็นวัตถุดิบ ทำให้เซมเบ้ที่นี่มีทั้งความอร่อยที่ได้จากวัตถุดิบท้องถิ่นและความพิถีพิถันในการทำเซมเบ้ที่ส่งต่อกันมาช้านาน

ร้านเซมเบ้ชิราซาวะ (老舗白沢せんべい店, Shirasawa Senbei Shop)

ที่อยู่: 2-16 Konyacho, Morioka, Iwate 020-0885, Japan

เวลาทำการ: 9.00 – 17.40 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

Website: okashi-net.com

SPOT 8: มื้อกลางวันที่ร้าน KARAKOMA

 

หลังจากแวะซื้อขนมเซมเบ้กันแล้ว เราก็มาพักทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน KARAKOMA ร้านอาหารวีแกนเล็กๆ น่ารักที่เสิร์ฟเมนูวีแกนอร่อยหน้าตาน่ากินมากมายที่ไม่ว่าใครๆ ก็อร่อยได้ โดยมีทั้งเมนูเบ็นโตะ และข้าวราดหน้าที่ประกอบด้วยวัตถุดิบจากเต้าหู้และเนื้อมังสวิรัติที่หลายคนรีวิวว่าอร่อยจนลืมไปเลยว่านี่คือร้านวีแกน

KARAKOMA

ที่อยู่:1-44 Kaminohashicho, Morioka, Iwate 020-0887, Japan

เวลาทำการ: 11.30 – 14.00 . (อาหารกลางวัน), 17.30 – 21.00 . (อาหารเย็น)

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

Website: KARAKOMA Facebook

SPOT 9: สำนักพิมพ์โคเกนฉะ

kougensya
เซ็ตเครื่องดื่มและขนมในร้านคาเฟ่คาฮิคัง

สำนักพิมพ์โคเกนฉะ (光原社, KOGENSYA Honten) เป็นสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์หนังสือรวมนิทานเด็ก “ภัตตาคารมากคำสั่ง (注文の多い料理店, The Restaurant That has Manu Orders)” ของมิยาซาวะ เคนจิ (宮沢賢治, Miyazawa Kenji) และยังได้มิยาซาวะ เคนจิเป็นผู้ตั้งชื่อสำนักพิมพ์ให้อีกด้วย นอกจากเพื่อนๆ จะได้ชมและช้อปของฝากที่มีธีมเกี่ยวกับวรรณกรรมมิยาซาวะ เคนจิแล้ว ที่นี่ยังมี “คาฮิคัง (可否館, Kogensya Coffee Kan)” คาเฟ่กระท่อมไม้ที่ดูราวกับหลุดออกมาจากภัตตาคารปริศนาในเรื่อง “ภัตตาคารมากคำสั่ง” ก็ไม่ปาน โดยเราสามารถอร่อยกับเครื่องดื่มชากาแฟตามชอบพร้อมกับขนมหวานเช่นคุ้กกี้วอลนัทที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมของมิยาซาวะ เคนจิอีกด้วย

สำนักพิมพ์โคเกนฉะ (光原社, KOGENSYA Honten) และคาฮิคัง (可否館, Kogensya Coffee Kan)

ที่อยู่: 2-18 Zaimokucho, Morioka, Iwate 020-0063, Japan

เวลาทำการ: 10.00 – 18.00 น. (วันเสาร์เปิดถึง 14.00 น.)

วันหยุด: ทุกวันที่ 15 ของเดือนมิ.ย. และก.ค.

Website: morioka-kogensya.sakura.ne.jp

หลังเที่ยวรอบเมืองโมริโอกะและอร่อยกับอาหารแล้ว ช่วงบ่ายจะเป็นการเดินทางออกจากเมืองโมริโอกะ จังหวัดอิวาเตะ และมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปยังเมืองอาโอโมริ จังหวัดอาโอโมริซึ่งขึ้นชื่อในฐานะอาณาจักรแห่งแอปเปิ้ลและเทศกาลโคมไฟยักษ์เนบูตะ (ねぶた祭り, Nebuta Festival) สุดอลังการ

3 Morioka-Aomori

SPOT 10: Nebuta Museum WARASSE

nebuta museum warasse

เมื่อนั่งรถไฟมาถึงที่สถานี Aomori หากไม่อยากถือสัมภาระเยอะอาจไปเช็คอินโรงแรมที่พักก่อนแล้วค่อยออกมาเดินเที่ยวก็ได้ หรือหากใครไม่อยากเสียเวลาก็มุ่งหน้าตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ใกล้สถานีซึ่งภายนอกถูกตกแต่งให้ดูเหมือนริ้วม่านแปลกตานี้ได้เลย ซึ่งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ Nebuta Museum WARASSE (ねぶたの家 ワ・ラッセ) พิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเทศกาลเนบูตะโดยเฉพาะ ซึ่งให้เพื่อนๆ ได้ชมทั้งโคมยักษ์ของจริงจากเทศกาลปีก่อน และร่วมเต้นรำกับนักเต้นรำในงานเทศกาล ทั้งยังลองตีกลองไทโกะได้ด้วย นับเป็นสถานที่ที่ให้เพื่อนๆ ได้สัมผัสกับเทศกาลโคมยักษ์ที่มีเสน่ห์ของอาโอโมริได้ตลอดทั้งปี

Nebuta

Nebuta Museum WARASSE (ねぶたの家 ワ・ラッセ)

ที่อยู่: 1 Chome-1-1 Yasukata, Aomori, 030-0803 Japan

วันเวลาทำการ: 9.00 – 19.00 (เปิดถึง 18.00 ช่วงกันยายน-เมษายน)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 620 เยน / นักเรียนมัธยมปลาย 460 เยน / นักเรียนประถม-มัธยมต้น 260 เยน
Website: www.nebuta.jp (ภาษาอังกฤษ)

SPOT 11: A-Factory

a-factory

หลังตื่นตากับโคมไฟยักษ์กันแล้ว ไปชิมและช้อปสินค้ามากมายที่ผลิตจากแอปเปิ้ลซึ่งเป็นของดีจังหวัดอาโอโมริกันต่อที่ A-Factory ศูนย์รวมร้านค้าและสินค้าที่ทำจากแอปเปิ้ล เช่นแอปเปิ้ลไซเดอร์ และที่พลาดไม่ได้คือแนะนำให้ลองชิมเจลาโต้ที่ทำจากแอปเปิ้ลหลากชนิดซึ่งให้รสเปรี้ยวและหวานต่างกันออกไป นอกจากนี้อาคารที่นี่ยังมีดีไซน์เก๋ไก๋ เป็น Photo Spot ให้ถ่ายรูปรัวๆ ลงโซเชียลได้อีกด้วย

a-factory goods
บรรดาขนม เครื่องดื่ม และของฝากมากมายที่ทำจากแอปเปิ้ล
a-factory gelato
เจลาโต้ทำจากแอปเปิ้ลชนิดต่างๆ ชอบรสเปรี้ยวหวานแบบไหนเลือกได้เลย!

A-Factory

ที่อยู่: 1 Chome-4-2 Yanakawa, Aomori, 038-0012, Japan

เวลาทำการ: 9.00 – 20.00 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

Website: jre-abc.com

SPOT 12: Aomori Prefecture Tourist Information

Aomori Tourist Center

จากนั้นก็ได้เวลาอร่อยกับมื้อเย็นที่ Aomori Prefecture Tourist Information โดยระหว่างทางเดินไปเราจะใช้เส้นทาง Aomori Labridge ซึ่งเป็นทางเดินสะพานเลียบทะเลเพื่อชมวิวทะเลอ่าวอาโอโมริยามเย็นกันได้ สำหรับที่ Aomori Prefecture Tourist Information นั้น สามารถเลือกอร่อยกับร้านอาหารและขนมที่มีอยู่มากมายได้ โดยร้านหนึ่งที่ขอแนะนำคือ Michinoku Nishimura (みちのく料理「西村」) ร้านอาหารที่ตั้งอยู่บนชั้น 10 ของที่นี่

นอกจากจะได้อร่อยกับอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมของอาโอโมริมากมายแล้ว ห้องอาหารของร้านที่นี่ยังตกแต่งสไตล์ห้องญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมกระจกบานใหญ่ให้เราได้ชมวิวสวยงามของเมืองอาโอโมริยามค่ำคืนได้อีกด้วย

 

Michinoku Nishimura (みちのく料理「西村」)

ที่อยู่: 10F ASPAM 1-40, 1 Chome, Yasutaka, Aomori, 030-0803 Japan

เวลาทำการ: กลางวัน 11.00 – 15.30 น. (Last Order 15.00 น.),

กลางคืน (เม.ย.-ต.ค.) 17.00 – 21.00 น. (Last Order 20.30 น.) ,

กลางคืน (พ.ย.-มี.ค.) 16.30 – 20.00 น. (Last Order 19.30 น.)

วันหยุด: ไม่แน่นอน อิงตามวันหยุดของทาง Aomori Prefecture Tourist Information

Website: michinokunishimura.gorp.jp

คืนนี้ค้างที่นี่: สถานี JR Aomori

เมื่อมาถึงสถานี JR Aomori เพื่อนๆ สามารถเดินไปเช็คอินที่โรงแรมก่อนได้ โดยโรงแรมใกล้สถานี JR Aomori หนึ่งที่แนะนำคือโรงแรม APA Hotel Aomorieki Kenchodori หนึ่งในโรงแรมเครือ APA ที่ให้บริการอยู่ในพื้นที่โดยเป็นโรงแรม 3 ดาวที่เดินทางได้สะดวก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครับ ในราคา 4,000 เยน (พัก 1 คน) ​-5,000 (พัก 2 คน) เยนต่อคืนต่อห้อง

วันที่ 3: เที่ยวเมืองฮิโรซากิและสัมผัสอีกระดับของการนั่งรถไฟกับ Resort Shirakami

THK 5 Day Trip Day3

ก่อนที่จะไปเริ่มลุยเที่ยวเมืองฮิโรซากิในวันนี้ ถ้าเพื่อนๆ อยากชิมของอร่อยประจำถิ่นและตื่นเช้าไหวล่ะก็ ลองไปชิม “นกเกะด้ง (のっけ丼, Nokkedon)” ที่ ​Aomori Gyosai Center กันได้!

aomori gyosai center

การจะอร่อยกับนกเกะด้งของที่นี่มีความสนุกอยู่อย่างหนึ่งคือเราสามารถเลือกซื้อสารพัดวัตถุดิบอาหารทะเลทั้งเนื้อปลา กุ้ง และอื่นๆ ได้ตามชอบจนได้นกเกะด้งในฉบับของตัวเอง โดยจะต้องซื้อคูปองแทนเงินสดสำหรับแลกซื้อของจากร้านค้าก่อน จากนั้นเราก็สามารถสนุกกับการตระเวนตามร้านต่างๆ และแลกซื้อวัตถุดิบให้ชามข้าวเปล่าของเราค่อยๆ มีปลาและอาหารทะเลสดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มชาม! Aomori Gyosai Center จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 7 โมงเช้า ดังนั้นถ้าตื่นเช้าไหวเราก็จะมีเวลาอร่อยกับนกเกะด้งได้สบายๆ เลย

aomori gyosai nokkedon
เมื่อซื้อของจนเต็มชามก็จะได้นกเกะด้งอร่อยๆ ด้วยรสอาหารทะเลสดใหม่

พออิ่มท้องด้วยของอร่อยแล้ว เราจะออกเดินทางจากสถานี Aomori ไปยังสถานี Hirosaki เพื่อไปเที่ยวเมืองฮิโรซากิ เมืองท่องเที่ยวแห่งจังหวัดอาโอโมริที่ถ้าไม่มาเที่ยวก็อาจเรียกได้ว่ามาไม่ถึงจังหวัดอาโอโมริก็ว่าได้

4 Aomori - Hirosaki

สำหรับแพลนเที่ยวรอบเมืองนั้น วันนี้จะเป็นการเดินเล่นชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองฮิโรซากิที่มีปราสาทฮิโรซากิที่เป็นสัญลักษ์ของเมืองเป็นตัวเอก และมีอาคารทรงยุโรปและญี่ปุ่นปะปนกันให้ชม นับเป็นเมืองที่มีทั้งความเป็นญี่ปุ่นและตะวันตกมารวมกันอย่างสวยงามลงตัว

Day 3 Hirosaki

SPOT 13: ปราสาทฮิโรซากิ

hirosaki castle

ปราสาทฮิโรซากิ (弘前城, Hirosaki Castle) ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะฮิโรซากิ (弘前公園, Hirosaki Park) ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1611 โดยตระกูลสึการุ ผู้ปกครองแคว้นในเวลานั้น ปราสาทฮิโรซากินับเป็นปราสาทเพียงหลังเดียวในภูมิภาคโทโฮคุที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันนับจากยุคเอโดะ โดยถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองฮิโรซากิ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกชาติด้านวัฒนธรรมของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีค.ศ. 1952 นอกจากนี้ปราสาทฮิโรซากิยังเป็นจุดชมซากุระและจุดชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อของจังหวัดอาโอโมริอีกด้วย ถ้าเพื่อนๆ มาเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วงพอดีล่ะก็มาเที่ยวที่ปราสาทฮิโรซากิแห่งนี้ให้ได้เลยนะ!

hirosaki castle 2
(C)Hirosaki City

ปราสาทฮิโรซากิ (弘前城)

ที่ตั้ง: 1 Shimoshiroganechō, Hirosaki, Aomori
เวลาทำการ: 9.00-17.00 น. *ช่วงเทศกาลซากุระเปิด 7.00-21.00 น.

วันหยุด: 24 พ.ย. – 31 มี.ค.

ค่าเข้า: (สวนสาธารณะและปราสาท) ผู้ใหญ่ 310 เยน, เด็ก 100 เยน

Website:  hirosakipark.jp (ภาษาอังกฤษ)

SPOT 14: Catholic Hirosaki Church

 

Catholic Hirosaki Church (カトリック弘前教会) เป็นโบสถ์คาทอลิกที่สามารถย้อนประวัติไปได้ถึงปีค.ศ. 1872 โดยเป็นโบสถ์ที่สร้างด้วยไม้ตามแบบ Romanesque ด้วยฝีมือของโยโคยามะ สึเนะคิจิ ยกเว้นแท่นบูชาสไตล์ Gothic ที่เป็นแท่นบูชาซึ่งได้รับบริจาคจาก St. Thomas Church ในเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเมื่อเข้าไปในโบสถ์ เราจะเห็นกระจกสีสวยงามซึ่งได้รับบริจาคมาจากบาทหลวงคาร์รอน (Father Carron) ประเทศแคนาดา โดยกระจกสีถูกจัดให้เป็นภาพสวยงามเช่นภาพภูเขาอิวากิและแอปเปิ้ลซึ่งสื่อถึงเมืองฮิโรซากิ

Catholic Hirosaki Church (カトリック弘前教会)

ที่ตั้ง: 20 Hyakkokumachi Koji, Hirosaki, Aomori 036-8351, Japan
เวลาทำการ: ฤดูร้อน 7.00-19.00 น. , ฤดูหนาว 7.00 น. จนถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน

วันหยุด: โบสถ์จะปิดทำการเมื่อมีการจัดงานพิธี

ค่าเข้า: เข้าฟรี

Website: sendai.catholic.jp

SPOT 15: To-o Gijuku Missionary Residence

gaijinkyoushikan
(C)Hirosaki City

To-o Gijuku Missionary Residence (旧東奧義塾 外人教師館) เป็นอาคารทางประวัติศาสตร์ของเมืองฮิโรซากิที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.​ 1903 เพื่อเป็นที่พักอาศัยของกลุ่มมิชชันนารีในเมืองและปัจจุบันตัวอาคารถือเป็นหนึ่งในสมบัติของจังหวัดอาโอโมริ

to-o gijuku missinary residence

ภายในอาคารจะได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ที่ยังถูกเก็บรักษาไว้และจัดเพื่อจำลองการใช้ชีวิตในยุคเมจิของกลุ่มมิชชันนารีให้เราได้ชมกัน และถ้าหากอยากใช้เวลาซึมซับบรรยากาศย้อนยุคแบบเต็มอิ่ม ที่ชั้น 1 ของอาคารจะมี Salon de Cafe Ange คาเฟ่สวยย้อนยุคที่เสิร์ฟแกงกะหรี่แอปเปิ้ล พายแอปเปิ้ล และกาแฟหอมอร่อยให้เราได้เพลิดเพลินไปพร้อมๆ กับบรรยากาศ

 

To-o Gijuku Missionary Residence (旧東奧義塾 外人教師館)

ที่ตั้ง: 2-1  Shimoshiroganecho, Hirosaki, Aomori 036-8356 Japan
เวลาทำการ: 9.00-18.00 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

ค่าเข้า: เข้าฟรี

Website: city.hirosaki.aomori.jp

SPOT 16: Fujita Memorial Garden

Fujita Memorial Garden

Fujita Memorial Garden (藤田記念庭園) เป็นสวนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเป็นสวนญี่ปุ่นสไตล์เอโดะที่ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.​ 1991 เพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีของการตั้งเมืองฮิโรซากิขึ้น นอกจากนี้ สวนแห่งนี้ยังเคยเป็นที่พักอาศัยของฟุจิตะ เคนอิจิ (藤田 謙一, Fujita Kenichi) ประธานคนแรกของ Japan Chamber of Commerce and Industry อีกด้วย โดยภายในสวนญี่ปุ่นจะมีทั้งอาคารที่พักอาศัยแบบญี่ปุ่นและยุโรปให้ได้ชมกัน รวมแล้วเป็นบรรยากาศที่สวยงามอย่างลงตัวชนิดที่ต้องมาเดินถ่ายรูปให้ได้สักครั้ง และถ้าหากอยากหาที่พัก ภายในสวนก็มีทั้งร้านอาหารและคาเฟ่ รวมถึงห้องน้ำชาให้ได้พักเติมพลังกัน

เมนูขึ้นชื่อของที่นี่มันข้าวแกงกะหรี่หน่อไม้ที่หอมเครื่องและเฮลตี้สุดๆ หรือถ้าต้องการเมนูเบาๆ อิ่มท้องแต่กินแล้วสดชื่น ที่นี่ก็มีพาสต้าปลาซาบะที่ราดซอสเลมอนสดหอมสดชื่น! สำหรับของหวานนั้นก็มีเมนูขนมอบมากมาย แต่ที่ขึ้นชื่อต้องยกให้น้ำแข็งไสชามโตที่คนชอบน้ำแข็งไสและบิงซูต้องลอง!

 

Fujita Memorial Garden (藤田記念庭園)

ที่ตั้ง: 8-1 Kamishiroganecho, Hirosaki, Aomori 036-8207, Japan
เวลาทำการ: 9.00-17.00 น. (จำหน่ายตั๋วเข้าจนถึงเวลา 16.30 น.) ,

ช่วงค่ำเปิดให้ชมสวนได้ถึง 20.00 น. (จำหน่ายตั๋วเข้าจนถึงเวลา 19.30 น.)

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

ค่าเข้า: เข้าฟรี

Website: hirosakipark.or.jp/hujita

5 Hirosaki - Akita

SPOT 17: นั่งรถไฟ Joyful Train “Resort Shirakami” ไปอาคิตะ

Resort Shirakami Buna - Exterior (Close up)
รถไฟ Resort Shirakami ขบวน BUNA

หลังจากเที่ยวชมเมืองฮิโรซากิกันอย่างจุใจแล้ว เราก็มุ่งหน้ากันไปยังจังหวัดอาคิตะที่เป็นจุดหมายปลายทางต่อไป

แต่ในการเดินทางไปจังหวัดอาคิตะนั้น เราจะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธีมพิเศษ (Joyful Trainที่ชื่อ “Resort Shirakami (リゾートしらかみ)” กันเพื่อเพิ่มสีสันให้กับการเดินทางของเรา!

Resort Shirakami เป็นรถไฟ Joyful Train รุ่นบุกเบิกที่ช่วยเปลี่ยนนิยามของการเดินทางให้เป็นความสนุกได้ ไม่ว่าจะด้วยวิวทิวทัศน์สวยงามของทะเลและธรรมชาติระดับมรดกโลก การแสดงดนตรีพื้นบ้าน เอกิเบ็น (ข้าวกล่องรถไฟ) และอีกมากมายที่ทำให้การนั่งรถไฟกลายเป็นไฮไลท์หนึ่งของการเที่ยวได้ โดยระหว่างทางจะมี 2 สถานีซึ่งมีกิจกรรมให้เราร่วมสนุกได้เพลินๆ ระหว่างทาง

Resort Shirakami Kumagera
รถไฟ Resort Shirakami ขบวน KUMAGERA กับวิวทะเลที่ชมได้นอกหน้าต่างรถไฟ

สำหรับ Resort Shirakami ที่เราจะขึ้นในรอบนี้จะเป็นรอบ 14.30 ดังนั้นจะมีช่วงที่รถไฟแวะจอดที่สถานีสถานี Senjojiki (千畳敷駅) เป็นเวลา 15 นาทีให้เราเดินข้ามถนนไปชมวิวทะเลได้ใกล้ๆ และถ้าหากหิวขึ้นมาก็รองท้องด้วยปลาหมึกย่างของอร่อยประจำถิ่นได้ แต่ต้องรีบหน่อยนะเพราะมีจำนวนจำกัด (ทั้งนี้ถ้าเป็นรอบ 16.00 รถไฟจะวิ่งผ่านสถานีนี้ไปโดยไม่แวะจอด)

คืนนี้ค้างที่นี่: สถานี JR Akita

หลังจากสนุกกับการนั่งรถไฟ Resort Shirakami แล้ว เราจะมาถึงที่อาคิตะกันในเวลา 19.00 น. ซึ่งเป็นเวลามื้อเย็นพอดี เมื่อมาถึงอาคิตะแล้ว เมนูที่จะพลาดไม่ได้เลยคือคิริทัมโปะ (きりたんぽ, Kiritanpo) อาหารที่ทำจากข้าวที่ถูกตำให้เป็นแป้งแล้วพันรอบไม้ซีดาร์ก่อนจะนำไปย่าง และในบรรดาร้านคิริทัมโปะทั้งหมด ขอแนะนำร้าน Akita Kiritanpoya ร้านอาหารติดสถานี JR Akitaที่เสิร์ฟทุกเมนูพื้นเมืองของอาคิตะ ภายในร้าน Akita Kiritanpoya ถูกตกแต่งให้บรรยากาศเหมือนบ้านนายพรานทำให้รู้สึกเหมือนได้ร่วมวงอาหารกับบรรดานายพรานที่ท่องป่าในอดีตของญี่ปุ่นก็ไม่ปาน

 

Akita Kiritanpoya

 

ที่ตั้ง: 2 Chome−7−6 Nakadori, Akita  010-0001  Japan
เวลาทำการ: 17.00-24.00 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

Website: marutomisuisan.jpn.com/kiritanpoya

สำหรับโรงแรมที่ขอแนะนำคือโรงแรม Hotel Metropolitan Akita โรงแรมติดสถานี JR Akita ที่มีห้องพักสะดวกครบครันในราคา 9,000 เยน (2,700 บาท) ต่อคืนต่อคน โดยราคานี้รวมบริการอาหารเช้าด้วย

วันที่ 4: เที่ยวมัตสึชิมะ เมืองอ่าวที่มีวิวสวยติดอันดับโลก

Tohoku 5 Day Day4 Fin

ในวันที่ 4 นี้เราจะนั่งรถไฟจากอาคิตะผ่านเซ็นไดเพื่อไปยังมัตสึชิมะ (松島, Matsushima) เมืองในจังหวัดมิยางิที่ขึ้นชื่อว่ามีวิวอ่าวที่สวยติดอันดับโลก และยังเป็นเมืองของซามูไรชื่อดังอย่างดาเตะ มาซามุเนะ รวมถึงเป็นอีกแหล่งรวมของอร่อยของจังหวัดมิยางิ ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดๆ หรือกิวตัน (牛タン, Gyutan) หรือลิ้นวัวที่ถ้าไม่ได้ลองก็ถือว่าพลาดของดีจังหวัดมิยางิไปเลยก็ว่าได้

7 Akita - Matsushima-Kaigan Fin

สำหรับแพลนเที่ยวรอบเมืองมัตสึชิมะนั้นจะเป็นการเดินเที่ยวไปตามแลนด์มาร์กสำคัญๆ ของมัตสึชิมะที่ทั้งมีความสำคัญต่อที่แห่งนี้และยังเป็นจุดชมวิวสวยๆ อีกด้วย รวมถึงเรายังจะได้นั่งเรือเที่ยวรอบอ่าวมัตสึชิมะเพื่อชมความงามของทะเลที่สวยติดอันดับโลกแห่งนี้อีกด้วย

Day 4 Matsushima 2

หลังจากออกจากสถานี JR Matsushima-Kaigan เราแวะซื้อตั๋วนั่งเรือชมอ่าวกันที่บูธจำหน่ายตั๋วใกล้ๆ สถานี หรือจะ จองตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าก็ได้เช่นกัน

หมายเหตุ: ด้วยสถานการณ์ covid-19 ในปัจจุบัน ทางบริษัทเรือท่องเที่ยวจึงจำกัดการจองผ่านช่องทางโทรศัพท์เท่านั้น

SPOT 18: เกาะโอชิมะ

Oshima bridge
สะพานแดงสำหรับข้ามไปยังเกาะโอชิมะ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดโอกาสถ่ายรูป

เกาะโอชิมะ (雄島, Oshima Island) ​เป็นเกาะที่ถือว่าเป็นที่มาของชื่อ “มัตสึชิมะ” ก็ว่าได้ เรื่องเล่ามีอยู่ว่าในอดีตมีพระภิกษุรูปหนึ่งมาปฏิบัติธรรมที่นี่เป็นเวลา 12 ปี ซึ่งจักรพรรดิญี่ปุ่นทรงเลื่อมใสและส่งต้นสน 1,000 มาถวาย จนเป็นที่มาของชื่อมัตสึชิมะของพื้นที่บริเวณนี้ (ต้นสน: มัตสึ 松) โดย​เกาะเป็นเกาะที่สามารถเดินข้ามสะพานไปได้ง่ายๆ และปัจจุบันเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของมัตสึชิมะ บนพื้นที่เกาะโอชิมะนั้นมีถ้ำเล็กใหญ่มากถึง 50 แห่งด้วยกันและยังมีอนุสรณ์ทางศาสนาพุทธที่สำคัญอยู่ด้วย นับเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการเริ่มเดินเที่ยวมัตสึชิมะเป็นอย่างยิ่ง

เกาะโอชิมะ (雄島, Oshima Island)

ที่ตั้ง: Namiuchihama-24 Matsushima, Miyagi District, Miyagi 981-0213, Japan
เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง

Website: town.miyagi-matsushima.lg.jp

SPOT 19: เรือนน้ำชาคันรันเท

kanrantei

เรือนน้ำชาคันรันเท (観瀾亭, Kanrantei Tea House) หรือที่แปลได้ว่า “เรือนน้ำชามองคลื่นทะเล” นั้นเป็นเรือนน้ำชาที่มีวิวทะเลสวยงามสมชื่อ นอกจากเรือนน้ำชาแห่งนี้จะให้เพื่อนๆ ได้จิบชาหอมๆ เคล้าวิวทะเลแล้ว เรือนน้ำชาคันรันเทยังมีความพิเศษในฐานะเรือนน้ำชาที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์แห่งจังหวัดมิยางิอีกด้วย โดยเป็นเรือนน้ำชาที่ตกทอดมาในกลุ่มบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะดาเตะ มาซามุเนะ ซามูไรคนสำคัญแห่งยุคสงครามและผู้ตั้งชื่อคันรันเทให้กับเรือนน้ำชาแห่งนี้ด้วย

เรือนน้ำชาคันรันเท (観瀾亭, Kanrantei Tea House)

ที่ตั้ง: 56 Chonai, Matsushima, Japan, Miyagi District, Miyagi 981-0213  Japan
เวลาทำการ: 8.30-17.00 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 200 เยน, นักศึกษา / นักเรียนมัธยมปลาย 150 เยน, นักเรียนมัธยมต้น / ประถม 100 เยน

เซ็ทน้ำชาพร้อมขนม 500 เยน

Website: matsushima-kanko.com

SPOT 20: อร่อยกับกิวตันที่ร้าน Rikyu

gyutan2

กิวตันหรือลิ้นวัวถือเป็นเมนูขึ้นชื่อของจังหวัดมิยางิ โดยมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงความอร่อยที่มัดใจให้นักท่องเที่ยวกลับมาชิมที่จังหวัดมิยางิได้เรื่อยๆ ดังนั้นมื้อกลางวันวันนี้เราจะมาพิสูจน์ความอร่อยของกิวตันกันที่ร้าน Rikyu สาขามัตสึชิมะ ร้านอาหารใกล้เรือนน้ำชาคันรันเทกัน!

Rikyu Matsushima Branch

ที่ตั้ง: 45 Chonai, Matsushima, Japan, Miyagi District, Miyagi 981-0213  Japan
เวลาทำการ: 11.30-21.30 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

Website: rikyu-matsushima.gorp.jp

SPOT 21: นั่งเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ

matsushima sightseeing boat

หลังพักจิบชาชมวิวทะเลกันที่เรือนน้ำชาคันรันเทและอร่อยกับกิวตันแล้ว ก็ได้เวลามาชมอ่าวที่สวยติดอันดับโลก! เพียงเดิน 5 นาทีจากบริเวณเรือนน้ำชาคันรันเทและร้าน Rikyu ก็จะมาถึงท่าเรือสำหรับขึ้นเรือชมอ่าว เรือนั้นจะมีสองชั้นให้เลือกชมวิวตามชอบแต่อาจจะต้องรีบไปขึ้นเรือหน่อยเพราะที่นั่งติดหน้าต่างที่ชั้นล่างของเรือจะถูกจับจองเร็วมาก ระหว่างชมวิวอ่าวมัตสึชิมะและรับลมทะเลสดชื่นเข้าปอด บนเรือจะมีกิจกรรมให้อาหารน้องนกนางนวลที่จะบินโฉบมาทักทายด้วย ถ้าจังหวะดีอาจจะได้รูปนกนางนวลและทะเลสวยๆ กลับบ้านด้วย กิจกรรมนั่งเรือจะใช้เวลาประมาณ 50 นาที

ท่าเรือสำหรับขึ้นเรือชมอ่าว

SPOT 22: พิพิธภัณฑ์ดาเตะ มาซามุเนะ

มาถึงดินแดนอดีตยอดขุนพลญี่ปุ่นอย่างดาเตะ มาซามุเนะกันแล้ว เรามาแวะที่พิพิธภัณฑ์ดาเตะ มาซามุเนะ (みちのく伊達政宗歴史館, Date Masamune Historical Museum) เพื่อรู้จักบุคคลสำคัญของญี่ปุ่นคนนี้กันนิดนึงค่ะ ที่พิพิธภัณฑ์นี้เราจะได้รู้จักกับดาเตะ มาซามุเนะและผลงานของเขาที่มีส่วนในการสร้างความเจริญให้กับจังหวัดมิยางิในปัจจุบัน รวมถึงได้สนุกกับการลองแต่งชุดเกราะซามูไรที่มีทั้งชุดเกราะจำลองและชุดเกราะของจริงที่หนักถึง 20 กก. ให้เลือกใส่ถ่ายรูปเท่ๆ ได้

หรือถ้าหากชอบงานฝีมือท้องถิ่นญี่ปุ่น ก็สามารถร่วมกิจกรรมระบายสึตุ๊กตาโคเคชิ ของเล่นพื้นบ้านประจำท้องที่ญี่ปุ่นกันได้เช่นกัน อีกทั้งที่นี่ยังมีร้านจำหน่ายของฝากด้วย ดังนั้นถ้าเพื่อนๆ กำลังมองหาแหล่งซื้อของฝากล่ะก็ที่นี่ก็เป็นจุดหนึ่งที่สามารถช้อปปิ้งได้

พิพิธภัณฑ์ดาเตะ มาซามุเนะ (みちのく伊達政宗歴史館, Date Masamune Historical Museum)

ที่ตั้ง: Fugendo-13-13 Matsushima, Miyagi District, Miyagi 981-0213, Japan
เวลาทำการ: 9.00-17.00 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมปลายขึ้นไป) 1,000 เยน, นักเรียนมัธยมต้น / ประถม 500 เยน, เด็กเล็กเข้าฟรี

Website: date-masamune.jp

SPOT 23: The Museum Matsushima

 

อีกพิพิธภัณฑ์ที่พลาดไม่ได้ของเมืองมัตสึชืมะคือ The Museum Matsushima (ザ・ミュージアム MATSUSHIMA) ซึ่งป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวมงานจัดแสดง 3 คอลเลคชั่นไว้ในที่เดียว ได้แก่

1.Orgel Collection คอลเลคชั่นที่มีกล่องดนตรีล้ำค่าจาก Royal Museums of Fine Arts of Belgium

2.Kitahara Toy Collection คอลเลคชั่นของเล่นโดยคิตาฮาระ เทรุฮิสะ (北原照久) นักสะสมของเล่นชื่อดังระดับโลก

3.Segawa Mode Collection คอลเลคชั่นชุดเดรสตัดเย็บด้วยมือในสไตล์ที่พบได้ในปารีสช่วงค.ศ. 1870 -1960

ถ้าเพื่อนๆ เป็นคนสายอาร์ตที่ชื่นชอบศิลปะหลายแขนงของยุโรปล่ะก็ มาเยี่ยมที่นี่ให้ได้เลยนะ แอบกระซิบนิดนึงว่าถ้าจังหวะดีอาจจะได้ชมการแสดงพิเศษของพิพิธภัณฑ์ด้วยนะ

The Museum Matsushima (ザ・ミュージアム MATSUSHIMA)

ที่ตั้ง: Fugendo-33 3 Matsushima, Miyagi District, Miyagi 981-0213, Japan
เวลาทำการ: วันธรรมดา 10.00-16.00 น. , วันเสาร์-อาทิตย์ 9.00 -17.00 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 1,500 เยน, นักเรียนมัธยมปลาย 1,000 เยน, นักเรียนมัธยมต้น / ประถม 800 เยน, เด็กเล็กเข้าฟรี, ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 1,200 เยน

Website: t-museum.jp

คืนนี้ค้างที่นี่: สถานี JR Matsushima-Kaigan

คืนนี้เราจะค้างกันที่สถานี JR Matsushima-Kaigan โดยโรงแรมใกล้ๆ ที่แนะนำคือ Petithotel Bistro Abalon (松島プチホテル びすとろアバロン) โรงแรมเล็กๆ ใกล้สถานีซึ่งเป็นร้านอาหาร Bistro ในตัวด้วย ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่ามื้ออาหารที่นี่อร่อยไม่แพ้ที่ไหนแน่นอน นอกจากนี้ห้องพักยังมีบรรยากาศย้อนยุคนิดๆ อบอุ่นหน่อยๆ ด้วยการตกแต่งด้วยไม้ พร้อมวิวห้องที่สามารถเห็นอ่าวมัตสึชิมะได้ไกลๆ ราคาห้องพักต่อคืนอยู่ที่ประมาณ 3,000 บาท

แต่สำหรับคนที่อยากลองพักในบรรยากาศออนเซ็นที่มี Ocean View ที่พักที่แนะนำคือ Hotel Daimatsuso (松島温泉ホテル大松荘) โรงแรมใกล้ท่าเรือชมอ่าวมัตสึชิมะที่เรานั่งกันเมื่อกลางวัน โดยโรงแรมนี้มีออนเซ็นให้บริการพร้อมอาหารญี่ปุ่นแบบไคเซกิที่เป็นอาหารเซ็ทชุดใหญ่ที่มักเสิร์ฟกันในออนเซ็น โดยมีทั้งเมนูอาหารทะเลและลิ้นวัวของขึ้นชื่อให้ได้อร่อยกัน ราคาห้องพักต่อคืนเริ่มต้นที่ 15,400 เยน (รวมบริการอาหารเย็นและเช้า) ซึ่งตกอยู่ที่ประมาณ 4,600 บาท

 

วันที่ 5: เยือนวัดภูเขาศักดิ์สิทธิ์และนั่งแช่เท้าบนชินกันเซ็น Toreiyu Tsubasa

Tohoku 5 Day Day5 Fin

สำหรับวันสุดท้ายของทริป เรานั่งรถไฟออกจากมัตสึชิมะกลับไปที่เซ็นไดเพื่อต่อรถไฟไปยังยามาเดระ วัดภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของญี่ปุ่นก่อนจะนั่งรถไฟ Toreiyu Tsubasa ซึ่งเป็นรถไฟ Joyful Train สุดพิเศษที่มาในธีมออนเซ็นเพื่อกลับโตเกียวกันค่ะ

8 Matsushima-Kaigan-Yamadera

ช่วงครึ่งเช้านี้เราจะเดินขึ้นขั้นบันไดกว่า 1,000 ขั้นของยามาเดระเพื่อเยี่ยมชมวัดภูเขาที่ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติของภูเขาที่สวยงาม พร้อมชมวิวเมืองยามาเดระจากจุดชมวิวบนเขาที่สวยควรค่าแก่การเดินขึ้นไป ตามด้วยการอร่อยกับเมนูท้องถิ่นและเดินเล่นเพื่อซึมซับบรรยากาศเงียบสงบของเมืองยามาเดระแห่งนี้

Day 5 Yamadera

SPOT 24: วัดยามาเดระ

yamadera

เมื่อเดินออกจากสถานีรถไฟมา 7 นาที ก็จะมาถึงทางขึ้นวัดยามาเดระ (山寺, Yamadera)​ หรือชื่อทางการคือวัดริชชะคุจิ (立石寺, Risshakuji) เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนภูเขาและมีวิวทิวทัศน์สวยงามจนนับเป็นจุดชมใบไม้แดงที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของโทโฮคุทีเดียว ทางเดินขึ้นเขาไปยังวัดยามาเดระเป็นทางขั้นบันไดกว่า 1,000 ขั้น ระหว่างทางเราจะได้ชมป่าธรรมชาติของภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ แวะพักที่อาคารวิหารสวยงาม ชมรูปปั้นของกวีชื่อดังมัตสึโอะ บะโช (松尾芭蕉, Matsuo Basho) และเมื่อไปถึงวิหารโกะไดโด (五大堂, Godaido) ที่อยู่ด้านบนสุด ก็จะได้ชมวิวภูเขาและเมืองโดยรอบแบบพาโนรามาซึ่งสวยจนลืมความเหนื่อยไปได้เลย

yamadera view
วิวเมืองโดยรอบจากจุดชมวิวบนยามาเดระ

การเดินขึ้น-ลงบันไดของยามาเดระนั้นใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ดังนั้นก่อนขึ้นเขา แนะนำให้แวะเติมพลังรองท้องกันก่อนที่ร้านอาหารหน้าทางขึ้นบันไดเพื่อจะได้ไม่หิวกลางทางและจะได้สนุกกับการเดินขึ้นเขากันได้อย่างเต็มที่

วัดยามาเดระ (山寺, Yamadera)​

ที่ตั้ง: 4456-1 Yamadera, Yamagata, 999-3301, Japan
เวลาทำการ: 8.00 -16.00 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

Website: rissyakuji.jp

SPOT 25: เติมพลังกับหลากของอร่อยท้องถิ่นที่ร้าน Enzou

 

หลังจากเดินขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาและกลับลงมาเรียบร้อย เราจะพักรับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารที่มีให้เลือกมากมายใกล้กับบริเวณวัด โดยมีหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อประจำถิ่นคือโซบะโฮมเมดและซุปอิโมะนิ (いも煮, Imoni) ซุปที่ต้มคอนยัคคุ เผือกและผักอื่นๆ ไว้ด้วยกัน

ร้านหนึ่งใกล้ๆ สถานีรถไฟ Yamadera ที่สามารถลองหลากหลายเมนูท้องถิ่นของยามาเดระได้คือร้าน Enzou (山形蕎麦の焔藏) ร้านอาหารที่มีทั้งเมนูโซบะที่ใช้เส้นนวดมือทำเองของทางร้าน และซุปอิโมะนิที่เต็มไปด้วยเครื่องและผักแบบจัดเต็ม เหมาะกับการนั่งพักเติมพลังหลังจากเดินลงเขาเป็นที่สุด!

Enzou (山形蕎麦の焔藏) 

ที่ตั้ง: 4273-1 Yamadera, Yamagata, 999-3301, Japan
เวลาทำการ: 11.00 -15.00 น.

วันหยุด: ไม่มีวันหยุด

Website: t280307.gorp.jp

เมื่ออิ่มอร่อยเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลามานั่ง Toreiyu Tsubasa รถไฟ Joyful Train ที่เป็นไฮไลท์สุดท้ายของทริประหว่างทางกลับโตเกียวกัน

9 Yamadera-Tokyo

SPOT 26: นั่งรถไฟแช่ออนเซ็นเท้าและชมวิวไปกับ Toreiyu Tsubasa

Toreiyu Tsubasa Exterior 1

หลังจากออกจากยามาเดระ เรามุ่งหน้ามาที่ยามากาตะเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังโตเกียว แต่เราจะเพิ่มความพิเศษให้กับการเดินทางเพื่อทิ้งท้ายทริปนี้กันด้วยการนั่ง Toreiyu Tsubasa (とれいゆつばさ) หนึ่งในรถไฟ Joyful Train ของโทโฮคุที่มาในธีมออนเซ็นและผลไม้ของยามากาตะโดยเฉพาะ!

Toreiyu Tsubasa เป็นรถไฟชินกันเซ็นที่สื่อถึงออนเซ็นชื่อดังของจังหวัดยามากาตะด้วยการตกแต่งภายในที่ให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปในออนเซ็น เช่นที่นั่งที่มีเสื่อทาทามิและเบาะรองนั่งสุดสบาย พร้อมกิมมิกเล็กๆ อื่นๆ เช่นลวดลายผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดที่อยู่ตามจุดต่างๆ ของรถไฟ

แต่ที่เป็นไฮไลท์ของรถไฟขบวนนี้ก็ต้องยกให้ออนเซ็นเท้าที่สามารถเข้าไปนั่งแช่เท้าเพลินๆ ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าได้เป็นเวลา 15 นาที อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวยงามของจังหวัดยามากาตะผ่านหน้าต่างรถไฟได้ด้วย

toreiyutsubasa-9
แช่เท้าไป ดูวิวไป ถ่ายรูปไป อะไรจะดีขนาดนี้

หมายเหตุ: Toreiyu Tsubasa จะวิ่งให้บริการเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น ดังนั้นก่อนจัดทริปขอให้เช็ควันเวลาที่จะเดินทางเพื่อให้พอดีกับวันเดินรถ Toreiyu Tsubasa ด้วย เช่นทริปตามแพลนนี้ควรเริ่มในวันอังคารและมานั่ง Toreiyu Tsubasa ในวันสุดท้ายที่ตรงกับวันเสาร์

กลับมาที่โตเกียวแล้ว!

tokyo station

หลังจากนั่ง Toreiyu Tsubasa มาจนถึงสถานี JR Fukushima เราก็ต่อชินกันเซ็นต่อสุดท้ายเพื่อกลับมาที่โตเกียวในที่สุด! แม้ว่าอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่เชื่อว่าการได้เที่ยวทั้งจังหวัดฟุกุชิมะ, อิวาเตะ, อาโอโมริ, อาคิตะ, มิยางิ และยามากาตะทั้งหมด 6 จังหวัดในทริป 5 วันนี้คงเป็นประสบการณ์เที่ยวที่สนุกจุใจและหลากหลายครบรสแน่นอน เพื่อนๆ ที่กำลังมองหาแพลนเที่ยวใหม่ๆ สามารถลองไปเที่ยวตามแพลนนี้ของเรากันได้นะคะ ไม่แน่ว่าในทริปนี้อาจจะทำให้ตกหลุมรักการนั่งรถไฟเที่ยวโทโฮคุจนอยากมาซ้ำก็เป็นได้!

THK plan download banner

ให้ทริปโทโฮคุง่ายขึ้น! ด้วย JR EAST PASS (Tohoku Area)

JR EAST PASS (Tohoku Area) เป็นตั๋วประเภท Pass จาก JR East ที่จะมาปลดล็อคให้การเดินทางในโทโฮคุง่ายขึ้นในราคาเพียง 20,000 เยน เพียงจองตั๋วออนไลน์แล้วมารับตั๋วที่ญี่ปุ่น เพื่อนๆ ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ไฮไลท์ต่างๆ ในโทโฮคุได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อตั๋วอื่นเพิ่ม และยังนั่งรถไฟและบัสในเครือ JR East ได้ไม่จำกัดรอบตลอดระยะเวลาอายุตั๋ว 5 วัน รวมถึงยังสามารถนั่งชินกันเซนและรถไฟ Joyful Train อย่าง Toreiyu Tsubasa เพื่อเพิ่มสีสันให้กับทริปได้อีกด้วย!

นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ JR EAST PASS จองที่นั่งแบบระบุที่นั่งบนชินกันเซนหรือ Joyful Train แบบออนไลน์ได้ฟรี! โดยมีเงื่อนไขเพียงต้องจองล่วงหน้า 1 เดือนเท่านั้น!

ทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย กับ Coworking Space ที่มาพร้อมบริการดูแลเด็ก!

ทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย กับ Coworking Space ที่มาพร้อมบริการดูแลเด็ก!

ปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่ต้องทำงานแบบ Work From Home ซึ่งอาจทำให้เกิดความเครียดและความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานโดยที่ไม่รู้ตัวได้ เท่านั้นไม่พอ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีเจ้าตัวเล็ก การทำงานที่บ้านก็อาจจะไม่ราบรื่นตลอดทั้งวัน

วันนี้เรามีหนึ่งในไอเดียดีๆ จากญี่ปุ่น ที่นอกจากจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานแล้ว ยังให้คุณได้เต็มที่กับการทำงานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเลี้ยงดูลูกน้อยด้วย กับ  “CREATIVE ROOM” ที่จังหวัดฟุกุโอกะ ซึ่งเป็น Coworking space และเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กไปในตัว อีกทั้งยังรวมความสะดวกสบายในการทำงานด้านต่างๆ เรียกได้ว่า ครบจบในที่เดียว

CREATIVE ROOM คืออะไร?


CREATIVE ROOM คือ สถานที่ไว้สำหรับทำงานร่วมกัน พร้อมกับมีบริการรับเลี้ยงเด็กในตัว ในปัจจุบันนี้ รูปแบบการทำงานนั้นเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ทำให้สภาพแวดล้อมของสังคมในตอนนี้ไม่เหมาะกับการทำงานและเลี้ยงดูเด็กเล็กมากนัก บริษัท สไตล์ครีเอท จำกัด จึงเปิดที่นี่ขึ้น เพื่อให้ผู้คนสามารถเลี้ยงลูกและมีสมาธิกับการทำงานไปด้วยได้

บริษัท สไตล์ครีเอท จำกัด กำลังพัฒนาสถานที่รับเลี้ยงเด็ก 5 แห่ง ในจังหวัดฟุกุโอกะ โดยดำเนินกิจการด้วยแนวคิดที่ว่า “นอกจากเด็กๆ แล้ว ก็อยากให้พ่อแม่มีรอยยิ้มที่สดใสด้วยเช่นกัน” และมีเป้าหมายที่จะเผยแพร่แนวคิดนี้สู่สังคม ทั้งยังต้องการจัดหาสถานที่เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างผ่อนคลายและมีความสะดวกสบาย จึงนำไปสู่การก่อตั้ง CREATIVE ROOM

3 ข้อดีของ CREATIVE ROOM

1. เจ้าหน้าที่ดูแลเด็กที่ผ่านการรับรองและได้รับใบอนุญาตแล้วจะคอยดูแลลูกของคุณตลอดเวลาที่คุณทำงานอยู่

2. ผนังของห้องดูแลเด็กถูกสร้างขึ้นจากวัสดุกันเสียง ทำให้ไม่มีเสียงดังออกมารบกวนพื้นที่ด้านนอก

3. มีหน้าต่างบางส่วนไว้ให้ดูเด็กได้ พ่อแม่สามารถมองเข้าไปภายในห้องดูแลเด็กได้จากพื้นที่ของ Coworking space จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับลูกหรือไม่ และสามารถมีสมาธิกับการทำงานไปพร้อมกับดูแลเด็กๆ ได้อย่างใกล้ชิด

ในการจ้างดูแลเด็กที่ CREATIVE ROOM จะต้องจองล่วงหน้าก่อนใช้บริการ 3 วัน และค่าบริการจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กและรอบระยะเวลาที่ต้องการจอง โดยจะมีการเก็บค่าลงทะเบียนในการใช้บริการครั้งแรก

 

ที่อยู่ : La Corte Daimyo 203 1-3-32 Daimyo, Chuo-ku, Fukuoka
เว็บไซต์: c-room.jp

CREATIVE ROOM จะเปิดให้เข้าใช้บริการในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 นี้ ไอเดียนี้ดีมากๆ ถ้าที่ไทยมีบ้างก็คงจะดีไม่น้อยเลยค่ะ  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

‘ZIPAIR Online Shop’ ร้านสายการบิน ZIPAIR ที่ขายพวงกุญแจยันเครื่องชงกาแฟ

‘ZIPAIR Online Shop’ ร้านสายการบิน ZIPAIR ที่ขายพวงกุญแจยันเครื่องชงกาแฟ

เวลานั่งไล่ดูสินค้าในร้านของสายการบิน ปกติแล้วเราจะเห็นของที่ระลึกอย่างพวงกุญแจ โมเดลเครื่องบิน หรือของใช้กระจุกกระจิกอย่างหมอนเดินทางที่มีโลโก้สายการบินวางขายอยู่ ซึ่งถ้าเปิดเว็บไซต์ ZIPAIR Online Shop ของสายการบิน ZIPAIR เราก็จะเห็นสินค้าที่คล้ายๆ กัน

แต่เดี๋ยวนะ? เหมือนเราจะเห็นชุดเดรส นั่นก็สบู่ แชมพู น้ำหอม เครื่องเสียง โคมไฟ เครื่องฆ่าเชื้อบนแมสก์ เครื่องชงกาแฟ!? เพื่อความแน่ใจ มองโลโก้ที่มุมบนซ้ายและชื่อเว็บอีกรอบ ก็ยังเขียนว่า ZIPAIR Online Shop ไม่ผิดแน่ แต่ทำไม ZIPAIR ถึงเลือกนำสินค้าที่ไม่น่าจะเป็นสินค้าของสายการบินมาจำหน่ายแบบนี้ด้วยนะ? มาหาคำตอบกัน!

ที่มาที่ไปของ ZIPAIR Online Shop

ZIPAIR Online Shop

ZIPAIR Online Shop ของสายการบิน ZIPAIR เปิดตัวครั้งแรกเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2022 โดยเริ่มมาจากไอเดียของฝ่ายการตลาด ZIPAIR ที่อยากหาความท้าทายใหม่ๆ มาต่อยอดให้กับสายการบิน จนมาจบที่ไอเดียการเปิดร้าน Online Shop นั่นเอง

แม้จะไม่มีใครมีประสบการณ์ทำร้าน Online Shop มาก่อน แต่ทีมโปรเจกต์นี้ทั้ง 5 คนใช้เวลาประมาณครึ่งปี (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021) ในการสร้างเว็บที่จะเป็น Platform ในการแสดงและจำหน่ายสินค้า รวมถึงคัดเลือกสินค้า และทำสัญญาใหม่กับบรรดาซัพพลายเยอร์ที่เป็นคู่สัญญา โดยมุ่งมั่นที่จะทำ Online Shop ออกมาในรูปแบบของเว็บไซต์ร้าน Select Shop ที่ทั้งหน้าตาของเว็บและสินค้าสามารถสื่อได้ถึงความเป็น ZIPAIR

ทำไมถึงขายตั้งแต่พวงกุญแจยันเครื่องชงกาแฟ?

ZIPAIR Tag

แน่นอนว่า ZIPAIR Online Shop มีสินค้าออริจินอลของสายการบิน อย่างเช่น พวงกุญแจ โมเดลเครื่องบิน ผ้าขนหนู และอุปกรณ์เดินทางอื่นๆ ที่ดีไซน์ให้มองแว๊บเดียวก็ดูออกเลยว่าเป็นสินค้าของ ZIPAIR แต่คุณมัตสึมุระ (松村英明) หนึ่งในผู้นำทีมโปรเจกต์นี้กล่าวถึงเป้าหมายหนึ่งที่น่าสนใจ นั่นคือ “เราต้องการทำลายกรอบเดิมๆ ที่ว่า ‘เป็นสายการบินก็ขายสินค้าแนวนี้แหละ’ ทิ้งไป”

เพราะแนวคิด NEW BASIC ที่เป็นหัวใจในการก่อตั้งบริษัท ZIPAIR ขึ้นมานั้น เป็นแนวคิดที่ตั้งคำถามกับสิ่งธรรมดาสามัญของวงการธุรกิจสายการบิน และสร้างมาตรฐานรวมถึงมูลค่าใหม่ที่จะมอบให้กับผู้โดยสาร จึงเป็นที่มาของไอเดียในการเลือกสินค้าว่า “อยากนำเสนอสินค้าที่มอบประสบการณ์ใหม่ๆ และหาซื้อไม่ได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป” โดยทีมงานใช้เกณฑ์ 3 คอนเซ็ปต์นี้ในการเลือกสินค้ามาไว้ในร้าน นั่นคือ

    1. ต้องเป็นสินค้าที่มอบการใช้ชีวิตประจำวันแบบใหม่ที่สะดวกสบาย หรือนำเสนอไลฟ์สไตล์ให้กับสังคม
    2. ต้องเป็นสินค้าที่มอบ “ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน” หรือ “ความสุขของการใช้ชีวิต” โดยไม่จำกัดเพียงการเดินทางที่เป็นประสบการณ์ที่นอกเหนือจากชีวิตประจำวันเท่านั้น
    3. ต้องเป็นสินค้าที่สนับสนุนหรือช่วยส่งเสริมสังคม หรือไลฟ์สไตล์ของคนที่อยากจะสร้างสังคมแบบนั้นขึ้นมา

แต่นอกจากเกณฑ์ทั้งสามนี้แล้ว สินค้าที่ทางร้านเลือกมาจะต้องเป็นสินค้าที่มีเรื่องราวความเป็นมาที่ควรค่าแก่การแนะนำให้กับลูกค้า อย่างเช่นสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด สินค้าที่มีฟังก์ชั่นเพียบพร้อม หรือสินค้าที่ตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนเป็นต้น

GPRESSO
เครื่องชงกาแฟ G-PRESSO ทีมีวางจำหน่ายใน ZIPAIR Online Shop

ยกตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ดูแลผมของ Salon ichi (サロンichi) เครือร้านทำผมที่มีคอนเซ็ปต์ด้าน Wellness และความงาม ซึ่งดูแลผมและผิวให้สุขภาพดีด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่ไม่รบกวนสมดุลของสารในร่างกายมนุษย์ หรือแบรนด์เสื้อผ้า NETENE. ที่ใช้ใยฝ้ายจากเมล็ดฝ้ายที่ถูกคัดทิ้งมาทำเสื้อผ้าที่มีสัมผัสนุ่มสบายอีกทั้งตอบโจทย์ด้านการเสริมลุคให้ดูดี หรือเครื่องชงกาแฟ G-PRESSO ของ MEDIK ที่สามารถชงได้ทั้งกาแฟ Cold Brew กาแฟร้อน ชา และชาสมุนไพรที่เข้มข้นสูงได้ เป็นต้น และนอกจากฟังก์ชั่นและสตอรี่ที่น่าสนใจแล้ว สินค้าเหล่านี้ยังช่วยสื่อถึงความเป็น ZIPAIR ที่ตอบโจทย์ผู้โดยสารในด้านราคา บริการ และความยั่งยืนเช่นกัน

เส้นทาง ZIPAIR Online Shop ที่ยังอีกยาวไกล

ZIPAIR Cotodama
Cotodama เครื่องเสียงที่มีฟังก์ชั่นฉายเนื้อเพลงในตัว เป็นสินค้าใน ZIPAIR Online Shop ที่พัฒนาโดยบริษัท SIX ซึ่งเป็นผู้ทำ Branding ให้กับ ZIPAIR ด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่านอกจากสินค้าที่มีอยู่ในตอนนี้ ZIPAIR Online Shop ก็จะยังคงคัดสรรสินค้าใหม่ๆ มาเพิ่มด้วย ทางทีมการตลาดของ ZIPAIR เปิดเผยว่าสินค้าที่จะคัดสรรเข้ามาหลังจากนี้ก็จะยังเป็นสินค้าที่ตรงตามแนวคิด NEW BASIC ของ ZIPAIR อยู่ อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่ทันยุคสมัย และเข้ากับลักษณะเด่นของจุดหมายปลายทางของแต่ละเส้นทางการบิน อย่างเช่น การคัดหารองเท้าแตะและผ้าขนหนูที่แห้งไวมาเป็นสินค้าสำหรับเส้นทางบินตรงไปโฮโนลูลูของฮาวายเป็นต้น

 

“หลังจากนี้เราก็จะยังคงเลือกสินค้าที่ดูแล้วไม่เหมือนสินค้าของสายการบิน (ในความหมายที่ดี) โดยเราจะมองหาสินค้าที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า ดีไซน์สินค้าของ ZIPAIR  ดี หรือเซ้นส์ในการเลือกสินค้าของ ZIPAIR ดี ที่ล้วนจะทำให้ชื่อ ZIPAIR ฟังดูน่าดึงดูดมากขึ้น” คุณโกคิตะ (五木田 忍) อีกผู้นำทีมโปรเจกต์ได้กล่าวไว้

ต่อจากนี้ก็มารอติดตามกันค่ะว่า ZIPAIR จะคัดสรรสินค้าแบบไหนมาแนะนำให้พวกเราได้รู้จักกันอีกบ้าง! ระหว่างนี้เพื่อนๆ สามารถเข้าไปชมร้าน ZIPAIR Online Shop หรือติดตามข่าวสารอื่นๆ ของ ZIPAIR ได้ทางนี้  สล็อตเว็บตรง

ZIPAIR Sneakers
รองเท้าผ้าใบ ZIPAIR ที่ขายดีถล่มทลายนี้มีจำหน่ายเฉพาะ Online Shop เท่านั้น!

ขอต้อนรับสู่ “átoa” โลกแห่ง art x aquarium ที่เที่ยวใหม่ในเมืองโกเบ

ขอต้อนรับสู่ “átoa” โลกแห่ง art x aquarium ที่เที่ยวใหม่ในเมืองโกเบ
ขอต้อนรับสู่ “átoa” โลกแห่ง art x aquarium ที่เที่ยวใหม่ในเมืองโกเบ
ขอต้อนรับสู่ “átoa” โลกแห่ง art x aquarium ที่เที่ยวใหม่ในเมืองโกเบ

ไม่ได้ไปญี่ปุ่นนาน มาอัพเดตที่เที่ยวเปิดใหม่เตรียมพร้อมต้อนรับการเปิดประเทศกันดีกว่าค่ะ วันนี้ เราขอแนะนำ átoa พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่สอดแทรกศิลปะเข้าไปในทุกส่วน ชวนให้เราดิ่งลึกลงไปใต้ท้องทะเล ถ่ายภาพเก๋ ๆ ได้ทุกมุม

“átoa” โลกแห่ง art x aquarium

 

átoa เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งใหม่ในเมืองโกเบ อยู่แถว ๆ ย่าน Water Front เดินทางสะดวกสบาย แต่ไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำธรรมดา ๆ นะคะ เพราะที่นี่ได้ผสมผสาน aquarium เข้ากับ art ในรูปแบบที่แปลกใหม่ ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เพียงเราก้าวเข้าไปก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกใต้บาดาลน่าค้นหา ลูกเล่นของแสงสีก็สวยงาม จนอดยกกล้องออกมาถ่ายภาพไม่ได้เลยล่ะค่ะ

8 ห้องจัดแสดงที่แตกต่าง

 

 

ใน aquarium จะแบ่งห้องจัดแสดงออกเป็น 8 โซนด้วยกัน แต่ละโซนมีเอกลักษณ์และความสวยงามแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น โซน MIYABI ห้องแห่งแสงและจิตวิญญาณญี่ปุ่น เป็นการนำแนวคิดความไม่สมบูรณ์แบบของญี่ปุ่นมาผสมผสานกับแสงสีที่ได้แรงบันดาลใจจากสมัยญี่ปุ่นโบราณ ทำให้เกิดบรรยากาศเหนือจินตนาการที่ยากจะอธิบาย โซน PLANETS ดาวเคราะห์แห่งปาฏิหาริย์ จัดแสดงตู้ปลาทรงกลมยักษ์ใหญ่ ให้เราได้เดินชม 360 องศา รอบตู้ปลามีการใช้ละอองน้ำและแสงเลเซอร์ช่วยสร้างบรรยากาศความลึกลับ ราวกับกำลังอยู่ใต้มหาสมุทรลึก ไม่ก็อยู่ท่ามกลางอวกาศ และถ้าเพื่อน ๆ พอมีเวลาสักหน่อย อย่าพลาดชมการแสดงแสงสี AQUA UNIVERSE ที่เริ่มแสดงทุก ๆ 10 นาทีด้วยนะคะ รับรองว่าตื่นตาตื่นใจแน่นอน

พบกับสิ่งมีชีวิตกว่า 100 ประเภท

 

 

อย่ามัวเพลิดเพลินกับแสงสีและมุมถ่ายภาพเก๋ ๆ อย่างเดียว ในฐานะ aquarium ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่มุมสวยๆ แต่มีสิ่งมีชีวิตกว่า 100 ประเภทให้เราได้ชมกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ในแม่น้ำ หรือบนบก อย่าง นาก ปลากระเบน และเต่าพันธุ์หายาก ดูแล้วรู้สึกได้ถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติกันเลยทีเดียว

นั่งชิวที่ átoa cafe กับขนมสุดคิ้วต์

átoa ขนมน้องนาก

ที่ชั้น 4 ของ aquarium เป็นคาเฟ่ให้เพื่อน ๆ มานั่งพักกัน átoa cafe มีทั้งอาหารว่าง ขนม และเครื่องดื่ม เมนูห้ามพลาดเลยคือเอแคลร์น้องนากสุดน่ารัก ที่จะโผล่หัวมาทักทายกัน ใครตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทานอะไร แนะนำให้ลองสั่งให้หมดเลยค่ะ  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

กรมตำรวจญี่ปุ่นสรุป ปี 2019 รับแจ้งสายที่ไม่ใช่เหตุด่วนเหตุร้ายเกือบ 20%

กรมตำรวจญี่ปุ่นสรุป ปี 2019 รับแจ้งสาย

กรมตำรวจญี่ปุ่นสรุป ปี 2019 รับแจ้งสาย

กรมตำรวจญี่ปุ่นสรุป ปี 2019 รับแจ้งสาย

กรมตำรวจของญี่ปุ่นได้สรุปข้อมูลสายที่ได้รับแจ้งจากประชาชนทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ที่ผ่านมา พบว่า ในบรรดาเหตุด่วนเหตุร้ายที่ได้รับแจ้งนั้น มีถึง 18.4% ที่ไม่ใช่สายเหตุด่วนเหตุร้ายจริง ๆ ตัวอย่างสายที่รับแจ้ง เช่น “เพิ่งเปลี่ยนมือถือใหม่มา เลยอยากเทสดู”“เมามากกลับบ้านไม่ได้ อยากให้ไปส่งให้หน่อย”“มีแมลงสาบอยู่ในบ้าน” หรือแม้แต่ “วันนี้วันที่เท่าไหร่”

ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายน ปี 2019 ที่ผ่านมา มีรายงานว่าได้รับแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายจากประชาชนทั้งหมด 8,299,775 สาย ซึ่งน้อยกว่าปี 2018 59,937 สาย และในจำนวน 8 ล้านกว่าสายนั้น มีสายที่ไม่ใช่เหตุด่วนเหตุร้ายจำนวน 1,524,542 สาย ซึ่งน้อยลงจากปี 2018 79,179 สาย

เมื่อนำสายที่ไม่ใช่เหตุด่วนเหตุร้ายมาจำแนกเป็นเรื่อง ๆ พบว่า เป็นการสอบถามข้อมูล อย่างเช่น “เบอร์รถพยาบาลเบอร์อะไร” มี 46.3% การร้องขอ การร้องเรียน และการปรึกษา อย่างเช่น “อยากให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร” มี 43.8% และการให้ข้อมูลเท็จ การให้ข้อมูลผิดพลาด มี 9.9%

ทางกรมตำรวจมีความกังวลว่าหากต้องมาสนใจกับสายเหล่านี้ จะทำให้ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบเหตุด่วนเหตุร้ายจริง ๆ ได้ ซึ่งสายเหล่านี้ถือว่ามีความผิดในฐานขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และความผิดฐานลหุโทษ สำหรับในกรณีที่ต้องการร้องเรียนหรือขอคำปรึกษา ควรโทรศัพท์ไปที่สายบริการให้คำปรึกษา เบอร์ #9110

 

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าที่ญี่ปุ่นก็มีการโทรไปรบกวนพี่ ๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยเช่นกัน สำหรับประชาชนแล้วก็คงจะมองว่าตำรวจเปรียบเสมือนที่พึ่งในทุก ๆ เรื่อง แต่ก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเจ้าหน้าที่ตำรวจมากเกินไปด้วยนะคะ ^^  สล็อตเว็บตรง

ช่องทางตามข่าวสารเกี่ยวกับโคโรน่าไวรัสในญี่ปุ่น และประกันการเดินทางที่สามารถซื้อได้เมื่อเข้ามาในญี่ปุ่นแล้ว

ช่องทางตามข่าวสารเกี่ยวกับโคโรน่าในญี่ปุ่น

ช่องทางตามข่าวสารเกี่ยวกับโคโรน่าในญี่ปุ่น

ช่องทางตามข่าวสารเกี่ยวกับโคโรน่าในญี่ปุ่น

ตั้งแต่เมื่อวานนี้ กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ออกประกาศเตือนประชาชนที่ต้องการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นว่า หากไม่มีเหตุจำเป็นให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อนนั้น ได้ปรากฏข่าวลวงจากทางหลายแหล่งที่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขในประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างบิดเบือน ทำให้นักท่องเที่ยวหลาย ๆ คนเกิดอาการตื่นตระหนก และไม่แน่ใจว่าควรจะเลื่อนแผนการเดินทางตามประกาศหรือไม่? ในครั้งนี้ ANNGLE จึงขอถือโอกาสแนะนำแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่น ที่ช่วยอัพเดตให้นักท่องเที่ยวสามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์ของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในประเทศญี่ปุ่นค่ะ

เมื่อเช้านี้ (วันที่ 18 มกราคม) ที่ผ่านมา ทาง JNTO (Japan National Tourism Organization) หรือการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ได้อัพเดตข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ถึงแหล่งข้อมูลที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าได้ เกี่ยวกับสถาการณ์การระบาดของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 โดยอ้างอิงจากประกาศขององค์กรอนามัยโลก (WHO) ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2020 ได้มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มอีก 6 ราย รวมเป็น 59 ราย ทางการญี่ปุ่นจึงได้ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ทำตามมาตรการป้องกันไวรัสดังเช่นการป้องกันไข้หวัดสายพันธุ์อื่น ๆ  นั่นก็คือ การใส่มาส์ก ปิดปากเมื่อไอ/จาม และหมั่นล้างมือ

ช่องทางตามข่าวสารเกี่ยวกับโคโรน่าในญี่ปุ่น

ในกรณีของชาวต่างชาติที่เคยเดินทางไปยังมณฑลหูเป่ยและมณฑลเจ้อเจี้ยงใน 14 วันที่ผ่านมา (นับตั้งแต่เวลา 00:00 ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ตามเวลาในญี่ปุ่น) หรือผู้ที่ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีนที่ออกโดยมณฑลดังกล่าว จะถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นชั่วคราว ยกเว้น แต่จะมีเหตุอันควร

ช่องทางตามข่าวสารเกี่ยวกับโคโรน่าในญี่ปุ่น

อีกหนึ่งสิ่งที่นักท่องเที่ยวมักมีความกังวลเมื่อมาเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นก็คือค่ารักษาพยาบาลอันแสนแพง หากไม่มีประกันการเดินทางและเกิดเจ็บป่วยในญี่ปุ่นจะต้องทำอย่างไร วันนี้ ANNGLE มีคำตอบค่ะ

Twitter @JapanSafeTravel

บัญชีผู้ใช้อย่างเป็นทางการของ JNTO แอคเค้าท์นี้จะคอยทวีตข้อมูลเกี่ยวกับการเตือนภัยสภาพอากาศ การคมนาคม (ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ) รวมไปถึงข้อมูลในการดูแลป้องกันตนเองในสถานการณ์ที่โคโรน่าไวรัสกำลังระบาดด้วยค่ะ

Twitter: JapanSafeTravel

Weibo/微博 @JapanSafeTravel

นอกจากจะมีประกาศเป็นภาษาอังกฤษผ่านทางแอคเค้าท์ของ Twitter ทางการท่องเที่ยวญี่ปุ่นยังได้ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวผ่านทาง Weibo เป็นภาษาจีนอีกด้วยค่ะ

Japan Visitor Hotline

สายด่วนสำหรับนักท่องเที่ยวที่ให้บริษัทตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด บริการให้คำปรึกษาเมื่อนักเที่ยวเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่สบายในประเทศญี่ปุ่น ร่วมไปถึงให้คำปรึกษาในการเฝ้าสังเกตอาการของโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ด้วยค่ะ โดยให้บริการเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี และภาษาญี่ปุ่น โดยผู้ที่ต้องการสอบถามข้อมูล สามารถโทรไปได้ที่ 050-3816-2787 (โทรจากในประเทศญี่ปุ่น) หรือ +81-50-3816-2787 (โทรจากต่างประเทศ)

บริการทางการแพทย์ 24 ชั่วโมง

หากเกิดเหตุฉุกเฉิน และไม่รู้ว่าจะติดต่อโรงพยาบาลในญี่ปุ่นอย่างไร สามารถดาวน์โหลด “คู่มือสำหรับดูแลตัวเมื่อเกิดอาการป่วย เพื่อให้มาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสบายใจ” ซึ่งมีเนื้อหาเป็นภาษาไทยได้ ที่นี่

ประกันการเดินทาง

ปกติการทำประกันการเดินทางในการท่องเที่ยวต่างประเทศนั้น สามารถซื้อได้อย่างช้าที่สุดคือ 1-2 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ หากคุณผู้อ่านเข้ามาอยู่ในญี่ปุ่นแล้วหล่ะก็อาจจะหมดสิทธิ์  แต่ในโอกาสนี้ มีบริษัทประกันญี่ปุ่น 2 เจ้าใจดีขายประกันเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่สามารถสมัครได้แม้ว่าคุณจะเดินทางมาถึงญี่ปุ่นแล้วก็ตาม มีครบทั้งบริการทางการแพทย์และล่ามเพื่อสื่อสารกับคุณหมอ อีกทั้งยังสามารถชำระเงินผ่านรูปแบบ Cashless ได้อีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดประกันการเดินทางได้ดังนี้

 

Sompo Japan Nipponkoa Insurance Inc.
Tokio Marine & Nichido Fire Insurance Co., Ltd.

ข่าวสาร

สำนักข่าว NHK เป็นสถานีหลักของญี่ปุ่นที่มีสัญญาณมีความเร็วมากที่สุด จึงมั่นใจได้ว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉิน คุณจะไม่พลาดข่าวสำคัญอย่างแน่นอน การรายงานข่าวทั่วไปเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน คุณผู้อ่านสามารถสแกนคิวอาร์โค้ดที่หน้าจอเพื่ออ่านเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษได้ค่ะ  สล็อตเว็บตรง

ข่าวด่วน! กรีซยกเลิกวิ่งไฟคบเพลิงโอลิมปิคภายในประเทศ แต่พิธีส่งมอบให้โตเกียวยังมีตามเดิม

กรีซยกเลิกวิ่งไฟคบเพลิงโอลิมปิคภายในประเทศ

กรีซยกเลิกวิ่งไฟคบเพลิงโอลิมปิคภายในประเทศ

กรีซยกเลิกวิ่งไฟคบเพลิงโอลิมปิคภายในประเทศ

คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งชาติประเทศกรีซประกาศว่า การวิ่งไฟคบเพลิงที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมานั้น ต่อมาในวันที่ 13 มีผู้คนเข้ามาชมพิธีจำนวนมาก ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 หลังจากนี้เป็นต้นไปจะขอยกเลิกการวิ่งไฟคบเพลิงภายในประเทศ สำหรับกำหนดการส่งมอบไฟคบเพลิงให้กับผู้จัดการแข่งขัน “โตเกียว2020” ที่จะมีขึ้นในวันที่ 19 มีนาคม ที่เมืองหลวงกรุงเอเธนส์ยังคงจัดตามกำหนดการเดิม

ไฟคบเพลิงโอลิมปิคโตเกียว2020 เร่ิมจุดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่เมืองโอลิมเปียซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศกรีซและเป็นดินแดนต้นกำเนิดกีฬาโอลิมปิค

ผู้ที่รับไฟคบเพลิงเป็นคนที่ 2 คือ มิซูกิ โนะกุจิ ผู้คว้าเหรียญทองโอลิมปิควิ่งมาราธอนหญิง เอเธนส์2004 โดยการวิ่งไฟคบเพลิงครั้งนี้มิซูกิวิ่งเป็นระยะทาง 200 เมตร

การวิ่งไฟคบเพลิงในประเทศกรีซจะใช้เวลา 8 วัน หลังจากนั้นมีกำหนดส่งมอบให้กับโตเกียวผู้จัดการแข่งขัน ที่กรุงเอเธนส์เมืองหลวงของกรีซ แต่ทว่าเมื่อวันที่ 13 มีดาราภาพยนตร์ชื่อดังมาร่วมพิธีวิ่งไฟคบเพลิงนี้ด้วยทำให้มีผู้สนใจมาเข้าร่วมพิธีมากเกิดคาด เป็นเหตุให้คณะกรรมโอลิมปิคแห่งชาติประเทศกรีซเกิดความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคโควิด 19 จึงตัดสินใจยกเลิกการวิ่งไฟคบเพลิงอย่างกะทันหัน และประกาศว่ากำหนดการที่จะว่ิงไฟคบเพลิงภายในประเทศต่อจากนี้ก็จะยกเลิกทั้งหมดด้วย

สำหรับกำหนดการพิธีส่งมอบไฟคบเพลิงให้กับผู้จัดการแข่งขัน “โตเกียว2020” ที่จะมีขึ้นวันที่ 19 มีนาคมที่กรุงเอเธนส์จะมีตามกำหนดเดิมโดยจะหาวิธีการใดวิธีการหนึ่งในการขนย้ายไฟคบเพลิงและจะไม่ให้สาธารณชนเข้าชม

 

นอกจากนี้ ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันโอลิมปิคทางฝั่งญี่ปุ่น ยังแจ้งด้วยว่า ไฟคบเพลิงจะถึงญี่ปุ่นตามกำหนดการเดิมคือวันที่ 20 มีนาคมนี้  สล็อตเว็บตรง